แนะนำ 5 Steps ของการเตรียมตัวสอบ TOEIC Reading สำหรับคนที่พื้นฐานอ่อนถึงกลาง

เพิ่มคะแนน TOEIC Reading ได้จากวิธีนี้ได้เลย

Admin

เพื่อนๆ ที่ต้องการเพิ่มคะแนน TOEIC Reading แต่ยังไม่รู้ว่าควรจะต้องฝึกฝนอย่างไร แนะนำให้อ่านบทความนี้ครับ

คำแนะนำนี้มาจากโพสของคุณครูแดน Kittikun Daniel U-Pakote จากเฟสบุ๊คครับ

ผมลองเขียน timeline ของการเตรียมตัวสอบ TOEIC สำหรับคนที่พื้นฐานอ่อนถึงกลาง ในส่วน reading (Part 5, 6 & 7) ลองดูนะครับ 

[website-post-img]-timeline-ของการเตรียมตัวสอบ-TOEIC-สำหรับคนที่พื้นฐานอ่อนถึงกลาง

Step 1

สำรวจ weakness หรือจุดอ่อนตัวเองว่า ในทั้ง 3 parts ว่าทำ part ไหนเร็วสุด part ไหนช้าสุด และอุปสรรคคืออะไร เรื่องอะไร ถ้าเป็นเรื่องไวยากรณ์หรือโครงสร้างทาง grammar เป็นเรื่องอะไร

Step 2

แก้ weakness ที่ตัวเองมี ศึกษาหลักการใช้โครงสร้างไวยากรณ์ที่พบในข้อสอบ ตัวอย่างโครงสร้างครับ

2.1 Part of speech (หน้าที่ของคำแต่ละชนิด พวกนี้ เข้าใจแล้วเข้าใจเลย แล้วค่อยเอาไป apply ในห้องสอบอีกที ถ้าทำการบ้านมาดี จะตัด choice ได้เร็วในหลายๆข้อ เพราะโครงสร้างแต่ละคำ หน้าที่ชัดเจน อาจจะมีบางตัวทำได้หลายหน้าที่หน่อย หรือวางได้หลายจุดหน่อย เช่น adv. )

2.2 Tense (มีไม่เยอะมากจนน่ากลัว ส่วนใหญ่มักถามเรื่องการจับคู่ เช่น have + v3 คู่กับ v2 (มี since เป็นคำใบ้) — v2 คู่กับ had + v3 (มี before หรือ after คั่น) — was/were + ving คู่กับ v2 (มี when หรือ while คั่น) เป็นต้น

2.3 causative clause (พวก make…, have…, get…, let…, allow… จำโครงสร้างให้แม่นตายตัว)

2.4 fixed preposition (prepo. ตายตัว คู่กันเสมอ เช่น refrain + from — exposed + to — come up + with — dedicate + to — accompanied + by — adjacent + to — compensate + for ฯลฯ สามารถ search คำว่า fixed preposition บนเว็บได้เลย)

2.5 conjunction (พวกคำเชื่อม ส่วนใหญ่จะออกเป็น choice A, B, C, D และในโจทย์จะมีสองประโยค ต้องอ่านโจทย์หรือดูลักษณะโจทย์ว่า เป็นประเภทไหน ขัดแย้ง คล้อยตามกัน เป็นเหตุเป็นผล เป็นต้น)

2.6 collocation (พวกคำที่ใช้คู่กัน เช่น deliver a speech — tender his/her resignation — make an appointment — do the washing up — find a replacement — forgive a debt — land a deal — write up a contract — in an effort to เป็นต้น) ป.ล. พยายาม search จากหลายๆเว็บ แล้วเอามารวมกันทำเป็นชีทไว้อ่านครับ

สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการจะศึกษาพื้นฐานแกรมม่าที่จะต้องรู้ก่อนสอบโทอิคในเว็บของเราสรุปเอาไว้แล้วครับ สามารถเข้าไปอ่านได้ที่นี่ครับ

Step 3

พยายามให้รูปประโยคที่มักใช้คู่กันผ่านตามากที่สุด หมายถึงว่า ต้อง “อ่าน” เยอะๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นcollocation ตามข้อ 2.6 ด้านบน หรือถ้าหัดลองใช้ประโยคด้วยจะดีมาก ตรงนี้จะช่วยเรื่อง listening ไปในตัวด้วย

สำหรับเพื่อนๆ ที่มองหาเว็บไซต์สำหรับอ่านภาษาอังกฤษที่ ฟรี และดีมากๆ เหมาะกับการเพิ่มความรู้ และฝึกภาษาอังกฤษ สามารถเข้าอ่านได้ที่บทความนี้ครับ

Step 4

อุปสรรคส่วนใหญ่มักจะเป็นเรื่องเวลา พอเริ่มทำ part 7 แล้ว รู้สึกเวลาจะเหลือน้อย ทางแก้คือ ต้องทำ 5&6 ให้เร็ว โดยอาศัยเทคนิคร้อยแปดที่สะสมผ่านการทำข้อสอบเสมือนจริงที่เราทำเล่นๆที่บ้าน เพราะ part 7 จะไม่ค่อยถามลึก คำตอบก็อยู่ในเนื้อที่โจทย์ถาม สิ่งที่น่ากลัวคือ >>>โจทย์จะใช้คำเหมือนที่ให้ความหมายเดียวกันกับคำตอบ <<< อันนี้ต้องหัดศึกษาพวก synonym หรือคำเหมือน (การเข้าใจ part of speech จะช่วยจุดนี้มาก เช่น โจทย์ใช้ replace แต่คำตอบเป็น replacement อันนี้ถือว่าตรงประเด็น แค่คำคนละหน้าที่ เหมือนภาษาไทยที่มีคำว่า ดี ความดี การทำดี เรื่องที่ดี เป็นต้น)

สำหรับการฝึกฝนให้คุ้นชินกับข้อสอบ และข้อจำกัดของเวลาในการทำข้อสอบ ผมแนะนำให้เพื่อน ฝึกทำข้อสอบโดยการจับเวลาครับ ซึ่งวิธีที่สะดวกที่สุดคือใช้แอพที่มีระบบ จับเวลาที่ทำข้อสอบด้วย แนะนำเป็นแอพนี้ครับ

แอพ Memmoread Toeic Reading Practice เป็นแอพรวมข้อสอบ TOEIC new format ที่มีข้อสอบรวมไว้เยอะมากๆ มากกว่า 10 ชุด และทุกข้อมีเฉลยภาษาไทยครับ อธิบายไว้ละเอียดมากๆ พร้อมกับทุกครั้งที่ทำข้อสอบ มีระบบจับเวลานับถอยหลังด้วยว่าเราต้องทำข้อสอบให้เสร็จภายในกี่นาที กี่วินาที

Step 5

ทำข้อสอบจริงสัก 3-5 ชุด หรือราวๆ 600-1,000 (ทั้ง Listening และ Reading) เพื่อให้เห็น pattern ข้อสอบมากที่สุด ถึงแม้ส่วนใหญ่จะเป็น pattern เดิมๆ แต่บางชุดอาจมีแบบใหม่โผล่มา และอย่าลืม ศึกษาที่ไปที่มาของคำตอบด้วยนะครับว่า ตอบข้อนี้เพราะอะไร ดูจาก key word ตัวไหน ในข้อนั้นมี trick อะไรเป็นตัวหลอก เป็นความเสี่ยงแค่ไหน pattern โจทย์ข้อนั้นออกบ่อยหรือเปล่า เป็นต้น

เว็บของเรารวมรวบข้อสอบ TOEIC ให้เพื่อนๆ สามารถดาวน์โหลดไฟล์ PDF พร้อมเฉลย ไปฝึกทำได้แบบฟรีๆ ครับ ทั้ง พาร์ทอ่าน และพาร์ทฟัง ข้อสอบนี้เป็นแบบเดียวกับที่ออกสอบ ณ ปัจจุบันครับ ยากเท่ากัน เหมือนได้ทำข้อสอบจริงๆ ครับ

สุดท้ายก่อนจากกันไป

ผมอยากจะย้ำให้เพื่อนๆ เข้าใจว่าสุดท้ายแล้ว โทอิคต้องการวัดที่ความเข้าใจภาษาอังกฤษของเราครับ แค่การอ่านนั้น ไม่ช่วยทำให้เราเข้าใจได้ดีสักเท่าไหร่ ซึ่งวิธีเดียวที่จะทำให้เราเข้าใจภาษาอังกฤษได้ดีขึ้นนั้นคือ “การฝึกฝนครับ”

กรณีนี้ ถ้าเราไม่อยากพลาดคะแนนโทอิค Reading เราต้องฝึกฝนทำโจทย์ Grammar พาร์ท 5  6 และ 7 ให้เยอะครับ และแบบทดสอบนั้นควรมีเฉลยที่อธิบายให้รู้ด้วยว่า ที่เราถูกนั้นถูกเพราะอะไร และผิดเพราะอะไร

แนะนำแอพ Memmoread TOEIC Reading Practice ให้เพื่อนๆ โหลดมาฝึกฝนกันครับ

สำหรับเพื่อนๆ ที่ยังสงสัยว่า เจ้าแอพ Memmoread TOEIC Reading คืออะไร มีดีอะไรที่ต้องโหลด ผมสรุปมาให้ ตามนี้เลยครับ

  • เป็นแอพที่รวมข้อสอบ TOEIC ใหม่ล่าสุดปี 2020 ย้ำว่าเป็นข้อสอบใหม่ทั้งหมด
  • มีข้อสอบมากถึง 1,000 ข้อ จากข้อสอบ 10 ชุด และจะเพิ่มเรื่อยๆ
  • มีข้อสอบใหม่อัพเดทเพิ่มตลอด
  • มีเฉลยภาษาไทย ละเอียดยิบ ทุกข้อ
  • มีซัพพอร์ตทีม คนไทย คอยช่วยเหลือให้คำปรึกษา
  • ไม่ต้องเสียค่า subscription รายเดือน โหลดครั้งเดียว ใช้ได้ตลอดชีพ

แอพนี้ผมกล้าการันตีว่าคุ้มค่ากับการดาวน์โหลดแน่นอนครับ มีให้ใช้ทั้งสอง platform ทั้ง IOS และ Android สามารถโหลดได้กดที่ปุ่มข้างล่างนี้ได้เลย

ความรู้ TOEIC สำหรับเตรียมสอบด้วยตัวเอง