หลายคนที่เคยสอบ TOEIC ไปแล้วอาจเจอสถานการณ์ที่ต้องการใช้คะแนนอีกครั้ง แต่กลับพบว่าใบคะแนนหายไปไหนหมด หรือบริษัทต้องการตรวจสอบความถูกต้องของคะแนนที่เราส่งไป ทำให้เกิดคำถามว่า “ตรวจสอบคะแนน TOEIC ย้อนหลัง” ทำได้หรือไม่ และต้องทำอย่างไร? บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจเรื่องการเช็คคะแนน TOEIC ผ่านเว็บ และขั้นตอนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขอข้อมูลคะแนนย้อนหลัง รวมถึงข้อจำกัดที่ต้องรู้ไว้
ตรวจสอบคะแนน TOEIC ย้อนหลังได้กี่ปี?
ก่อนจะคิดขอตรวจสอบคะแนน สิ่งแรกที่ต้องรู้คือระยะเวลาที่สามารถทำได้ ตามนโยบายของ ETS (Educational Testing Service) ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดสอบ TOEIC การตรวจสอบคะแนน TOEIC ย้อนหลังนั้นทำได้ไม่เกิน 2 ปี นับจากวันที่สอบเท่านั้น
ซึ่งช่วงเวลานี้สอดคล้องกับคะแนน TOEIC ใช้ได้กี่ปีที่มีอายุการใช้งานอย่างเป็นทางการ 2 ปีเช่นกัน หากเกินระยะเวลานี้ไปแล้ว ข้อมูลคะแนนจะถูกลบออกจากระบบ และไม่สามารถตรวจสอบหรือขอเอกสารใด ๆ ได้อีกต่อไป
ใครสามารถขอตรวจสอบคะแนน TOEIC ย้อนหลังได้
การขอตรวจสอบคะแนน TOEIC ย้อนหลังนั้นไม่ใช่บริการที่เปิดให้บุคคลทั่วไปขอได้เอง แต่จะเป็นบริการที่มีข้อจำกัดชัดเจนว่าใครมีสิทธิ์ขอตรวจสอบได้บ้าง โดยผู้ที่สามารถขอตรวจสอบได้ ได้แก่
- บริษัทหรือองค์กรเอกชน ที่ต้องการตรวจสอบความถูกต้องของคะแนนพนักงานหรือผู้สมัครงาน
- หน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ที่ใช้คะแนน TOEIC เป็นเกณฑ์ในการสรรหาหรือพิจารณาตำแหน่งงาน
- สถาบันการศึกษา ที่ต้องการยืนยันคะแนนของนักเรียน นักศึกษา หรือผู้สมัครเข้าศึกษาต่อ
สิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้คือ บุคคลธรรมดาทั่วไปขอตรวจสอบเองไม่ได้ แม้จะเป็นคะแนนของตัวเองก็ตาม หากต้องการหลักฐานคะแนนสำหรับใช้งานส่วนตัว ต้องใช้บริการประเภทอื่นแทน ซึ่งจะอธิบายในหัวข้อถัดไป
ผู้สอบสามารถตรวจสอบคะแนน TOEIC ย้อนหลังเองได้ไหม
คำตอบคือ ไม่ได้ ผู้สอบไม่สามารถเช็กคะแนน TOEIC ผ่านเว็บหรือขอตรวจสอบคะแนนย้อนหลังของตัวเองได้โดยตรง เพราะบริการนี้เปิดให้เฉพาะองค์กรหรือหน่วยงานเท่านั้น แต่ถ้าต้องการหลักฐานคะแนน TOEIC ของตัวเองเพื่อนำไปใช้งาน มีบริการอื่นที่ผู้สอบสามารถขอเองได้ โดยไม่ต้องผ่านองค์กร นั่นคือ
Official TOEIC Score Reprint คืออะไร?
Official TOEIC Score Reprint หรือการคัดสำเนาใบคะแนนสอบ เป็นบริการที่ให้ผู้สอบขอสำเนาใบคะแนน TOEIC ของตัวเองได้ โดยจะได้รับเอกสารที่เหมือนกับใบคะแนนต้นฉบับที่ได้รับหลังจากสอบเสร็จ
บริการนี้เหมาะสำหรับคนที่ใบคะแนนเดิมหาย ชำรุด หรือต้องการส่งเอกสารให้หลายที่แต่มีใบคะแนนไม่พอ ซึ่งสามารถขอได้ภายใน 2 ปีหลังจากวันสอบ และต้องเสียค่าบริการตามที่สถาบันฯ กำหนด
Official TOEIC Score Certificate คืออะไร?
Official TOEIC Score Certificate หรือเอกสารรับรองผลคะแนนอย่างเป็นทางการ เป็นเอกสารที่ออกโดย ETS หรือสถาบันทดสอบทางการศึกษา (ITET) เพื่อรับรองความถูกต้องของคะแนนสอบ TOEIC
เอกสารนี้มีความน่าเชื่อถือสูง และมักถูกใช้ในการยื่นเอกสารทางการต่าง ๆ เช่น การสมัครสอบ TOEIC ในโครงการพิเศษ การสมัครงาน หรือการยื่นวีซ่า โดยสามารถขอได้เช่นกัน ภายใน 2 ปีหลังจากวันสอบ
ทั้งสองบริการนี้ ผู้สอบสามารถขอเองได้ โดยติดต่อผ่านสถาบันทดสอบทางการศึกษา หรือช่องทางที่กำหนดไว้อย่างเป็นทางการ แต่ข้อจำกัดสำคัญคือ ต้องเป็นคะแนนที่สอบไม่เกิน 2 ปีเท่านั้น
ถ้าคะแนน TOEIC หมดอายุแล้ว ยังทำอะไรได้บ้าง?
เมื่อคะแนน TOEIC หมดอายุ หรือเกิน 2 ปีนับจากวันสอบแล้ว ข้อมูลคะแนนจะถูกลบออกจากระบบของ ETS โดยสมบูรณ์ ซึ่งหมายความว่าไม่สามารถตรวจสอบย้อนหลัง ขอคัดสำเนาใบคะแนน หรือขอเอกสารรับรองคะแนนใด ๆ ได้อีกต่อไป แม้แต่การให้องค์กรขอตรวจสอบก็ไม่สามารถทำได้เช่นกัน
ทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่คือ ต้องสอบใหม่ เพื่อให้ได้คะแนนที่ยังใช้งานได้ ซึ่งแม้จะดูเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก แต่ก็เป็นโอกาสดีที่จะได้อัปเดตทักษะภาษาอังกฤษของตัวเอง และอาจทำคะแนนได้ดีกว่าเดิมก็เป็นได้
หากใครกำลังเตรียมตัวสอบหรือต้องการทบทวนความรู้เพิ่มเติม แนะนำให้ลองฝึกทำแนวข้อสอบ TOEIC พร้อมเฉลยหรือท่องจำศัพท์ TOEICเพื่อเพิ่มโอกาสได้คะแนนที่ดีตั้งแต่ครั้งแรก
และสำหรับคนที่กำลังมองหางานหรือต้องใช้คะแนน TOEIC เพื่อสมัครงาน ควรตรวจสอบคะแนน TOEIC ขั้นต่ำของบริษัทต่าง ๆ เพื่อวางแผนการสอบให้เหมาะสม และหากสนใจอยากรู้ว่าคะแนนที่ตัวเองได้อยู่ในระดับไหน สามารถดูการเทียบเคียงจากคะแนน TOEIC เทียบ CEFR ได้
สรุปสั้น ๆ เรื่องตรวจสอบคะแนน TOEIC ย้อนหลัง
การตรวจสอบคะแนน TOEIC ย้อนหลังเป็นบริการที่มีอยู่จริง แต่มีข้อจำกัดที่ชัดเจน นั่นคือ ขอตรวจสอบได้เฉพาะองค์กร หน่วยงาน หรือสถาบันการศึกษาเท่านั้น และต้องเป็นคะแนนที่สอบไม่เกิน 2 ปี ส่วนบุคคลธรรมดาจะเช็กคะแนน TOEIC ผ่านเว็บหรือขอตรวจสอบเองไม่ได้
หากต้องการหลักฐานคะแนนของตัวเอง มีทางเลือกคือ ขอ Official TOEIC Score Reprint สำหรับคัดสำเนาใบคะแนน หรือขอ Official TOEIC Score Certificate สำหรับเอกสารรับรองอย่างเป็นทางการ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ผู้สอบขอเองได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบเวลา 2 ปีเช่นกัน
และถ้าคะแนนหมดอายุไปแล้ว วิธีเดียวคือสอบใหม่ เพราะข้อมูลคะแนนเดิมจะถูกลบออกจากระบบไปแล้ว ดังนั้น การเก็บรักษาใบคะแนนต้นฉบับให้ดี และวางแผนใช้คะแนนให้อยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้สอบทุกคนควรคำนึงถึง