หลายคนอาจสงสัยว่า เมื่อเราเตรียมตัวสอบ TOEIC แล้ว ถ้าได้คะแนนระดับกลาง ๆ พอใช้งานได้ แล้วในโลกของการสมัครงานจริง คะแนน TOEIC บริษัทต่างๆ เขากำหนดขั้นต่ำไว้ที่เท่าไหร่กัน? วันนี้ Memmoread จะชวนคุณมาดูเกณฑ์คะแนนที่หลายองค์กรใช้จริง พร้อมเหตุผลที่บางบริษัทยึด TOEIC เป็นตัวชี้วัด และเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณทำคะแนนผ่านเกณฑ์นั้นได้แบบมั่นใจ

ทำไมหลายบริษัทใช้คะแนน TOEIC เป็นเกณฑ์คัดเลือก?

เวลาเราอ่านประกาศรับสมัครงาน หลายครั้งจะเห็นเงื่อนไข “มีคะแนน TOEIC อย่างน้อย … คะแนน”  ซึ่งคะแนนที่เขากำหนดไว้ไม่เหมือนกันเลย ขึ้นอยู่กับลักษณะงาน ระดับขององค์กร ก่อนจะไล่ดูตัวเลข เรามาดูเหตุผลเบื้องหลังกันก่อนว่า ทำไม คะแนน TOEIC บริษัทต่างๆ ถึงเป็นตัวแปรสำคัญ

คะแนน TOEIC บริษัทต่างๆ

วัดความสามารถภาษาอังกฤษ

บริษัทมักต้องการผู้สมัครที่สามารถอ่านอีเมล ตอบข้อความ หรือคุยกับผู้ร่วมงานหรือลูกค้าต่างชาติได้อย่างน้อยในระดับพื้นฐาน การมีคะแนน TOEIC ช่วยให้ผู้ว่าจ้างมั่นใจได้ว่า ผู้สมัครมีพื้นฐานภาษาที่พร้อมใช้งานจริง ไม่ใช่แค่ภาษาในตำรา

คะแนน TOEIC ที่ “ปลอดภัย” สำหรับสมัครงานทั่วไป

ถ้าคุณยังไม่รู้ว่าจะตั้งเป้าไว้ที่เท่าไหร่ จงเลือกคะแนนที่ “ปลอดภัย” แล้วควรได้คะแนน TOEIC เท่าไหร่ถึงจะดี? หลายบริษัทมักกำหนดขั้นต่ำที่ 550 คะแนนเป็นเกณฑ์เริ่มต้นสำหรับงานทั่วไปในบริษัทที่ไม่ใช่ธุรกิจที่ใช้ภาษาอังกฤษมากนัก แต่ถ้าเป็นงานที่มีการใช้ภาษาอังกฤษค่อนข้างสูง เขาอาจต้องการ 700 ขึ้นไป หรือแม้แต่ 850+ สำหรับตำแหน่งระดับสูง

เกณฑ์คะแนน TOEIC บริษัทต่างๆ 

เกณฑ์คะแนน TOEIC บริษัทต่างๆ ต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทหรือหน่วยงานนั้น ๆ มีการติดต่อสื่อสารโดยใช้ภาษาอังกฤษมากน้อยแค่ไหน ในหัวข้อนี้ เราได้รวบรวมเกณฑ์คะแนนของบริษัทต่าง ๆ ไว้ให้แล้วโดยส่วนหนึ่งเป็นข้อมูลจาก GPA ซึ่งเป็นผู้จัดสอบ TOEIC ในประเทศไทย จะมีอะไรบ้างมาดูกัน

1. บริษัทใหญ่ / กลุ่มธุรกิจเอกชน

  • บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) คะแนน TOEIC ขั้นต่ำ 500 คะแนน
  • บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด หรือ CP คะแนน TOEIC ขั้นต่ำ 550 คะแนน
  • บริษัท อโกด้า เซอร์วิสเซส จำกัด คะแนน TOEIC ขั้นต่ำ 700 คะแนน
  • บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด คะแนน TOEIC ขั้นต่ำ 450 คะแนน
  • บริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จํากัด คะแนน TOEIC ขั้นต่ำ 550 คะแนน
  • เครือ The Central group คะแนน TOEIC ขั้นต่ำ 650 คะแนน
  • บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด คะแนน TOEIC ขั้นต่ำ 550 คะแนน

2. หน่วยงานรัฐ / รัฐวิสาหกิจ

  • บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) คะแนน TOEIC ขั้นต่ำ 550 คะแนน
  • บริษัท การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย คะแนน TOEIC ขั้นต่ำ 550 คะแนน
  • การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. คะแนน TOEIC ขั้นต่ำ 500 คะแนน
  • การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. คะแนน TOEIC ขั้นต่ำ 600 คะแนน
  • การประปาส่วนภูมิภาค คะแนน TOEIC ขั้นต่ำ 550 คะแนน
  • การประปานครหลวง คะแนน TOEIC ขั้นต่ำ 550 คะแนน
  • บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) คะแนน TOEIC ขั้นต่ำ 550 คะแนน
  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คะแนน TOEIC ขั้นต่ำ 500 คะแนน

3. งานสายการบิน / แอร์โอสเตส

  • การบินไทย คะแนน TOEIC ขั้นต่ำ 600 คะแนน
  • สิงคโปร์แอร์ไลน์ คะแนน TOEIC ขั้นต่ำ 600 คะแนน
  • แอร์เอเชีย คะแนน TOEIC ขั้นต่ำ 650 คะแนน
  • บางกอกแอร์เวย์ส คะแนน TOEIC ขั้นต่ำ 650 คะแนน
  • EVA Air คะแนน TOEIC ขั้นต่ำ 600 คะแนน
  • Jetstar คะแนน TOEIC ขั้นต่ำ 700 คะแนน
  • ไลอ้อนแอร์ คะแนน TOEIC ขั้นต่ำ 600 คะแนน
  • ไชน่าแอร์ไลน์ คะแนน TOEIC ขั้นต่ำ 600 คะแนน
  • บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) คะแนน TOEIC ขั้นต่ำ 550 คะแนน

4. สายงานเฉพาะ (สายวิศวกร, ไอที, การเงิน ฯลฯ)

  • บริษัท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) คะแนน TOEIC ขั้นต่ำ 550 คะแนน
  • บริษัท ธนาคารไทยพาณิชย์ จํากัด (มหาชน) คะแนน TOEIC ขั้นต่ำ 550 คะแนน
  • บริษัท ธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) คะแนน TOEIC ขั้นต่ำ 550 คะแนน
  • บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด คะแนน TOEIC ขั้นต่ำ 550 คะแนน
  • บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG คะแนน TOEIC ขั้นต่ำ 550 คะแนน

เคล็ดลับสอบผ่านเกณฑ์ คะแนน TOEIC บริษัทต่างๆ

การได้คะแนนสูงไม่ใช่เรื่องของพรสวรรค์ แต่คือ “กระบวนการฝึกฝนอย่างมีระบบ” ที่ทุกคนสามารถทำได้ หากมีวินัยและแผนการที่ถูกต้อง ซึ่งมีดังนี้

คะแนน toeic บริษัทต่างๆ

ฝึก Listening & Reading แบบเน้นจุดอ่อน 

การเริ่มต้นที่ดีคือ รู้ว่าตัวเองอ่อนตรงไหน ระหว่าง Listening และ Reading เพราะผู้สอบจำนวนมากมักฝึกแบบกว้าง ๆ โดยไม่โฟกัส ซึ่งอาจเสียเวลาโดยไม่เห็นผล การฝึก และก่อนฝึกควรมีคลังคำศัพท์ TOEIC เพื่อให้เข้าใจเนื้อหาของข้อสอบมากขึ้น

การฝึก Listening ควรใช้ไฟล์เสียงที่ใกล้เคียงข้อสอบจริง เช่น บทสนทนาในสถานการณ์ทำงาน สนามบิน หรือการประชุม เพื่อฝึก “หูจำเสียงสำเนียงต่าง ๆ” ให้ชิน 

ส่วน Reading ให้ฝึกอ่านบทความจากเว็บไซต์ข่าวภาษาอังกฤษ เช่น BBC หรือ The Guardian แล้วจับคำศัพท์และโครงสร้างประโยคซ้ำ ๆ การฝึกในจุดที่อ่อนบ่อยครั้งจะค่อย ๆ ทำให้คะแนนขยับขึ้นทั้งสองพาร์ตไปพร้อมกัน

รวมข้อสอบโทอิค Listening: https://memmoread.website/listening-test/ 

รวมข้อสอบโทอิค Reading: https://memmoread.website/reading-test/ 

เทคนิคจับ Keywords / Skimming / Scanning

กลยุทธ์การอ่านคือหัวใจสำคัญของ TOEIC โดยเฉพาะในพาร์ต Reading ที่มีข้อจำกัดด้านเวลา เทคนิค Skimming คือการอ่านผ่านเพื่อจับใจความหลัก ไม่ต้องอ่านทุกคำ ส่วน Scanning คือการไล่สายตาหาคำสำคัญหรือข้อมูลเฉพาะ เช่น ตัวเลข วันเวลา หรือชื่อบุคคล วิธีนี้ช่วยประหยัดเวลาได้มาก และทำให้ไม่หลงกับรายละเอียดที่ไม่จำเป็น สำหรับพาร์ต Listening ก็สามารถใช้เทคนิค “คาดเดาคำตอบล่วงหน้า” ได้ เช่น อ่านคำถามก่อนฟัง เพื่อเตรียมตัวว่าต้องฟังหาอะไร วิธีนี้จะช่วยให้เข้าใจเร็วขึ้น และลดโอกาสตอบผิดเพราะฟังไม่ทัน

ฝึกทำข้อสอบจำลอง + วิเคราะห์คำตอบ

เมื่อพื้นฐานเริ่มมั่นแล้ว ขั้นต่อไปคือ ฝึกทำข้อสอบ TOEIC 10,000 ข้อ ภายใต้เงื่อนไขเวลาเดียวกับของจริง เช่น 120 นาทีเต็ม โดยห้ามหยุดหรือข้ามข้อ การฝึกแบบนี้จะช่วยให้คุ้นชินกับแรงกดดันจริงในห้องสอบ หลังทำเสร็จ อย่าปล่อยผ่าน ให้ย้อนกลับมาวิเคราะห์ว่า “ข้อไหนตอบผิด และเพราะอะไร” เป็นเพราะฟังไม่ทัน อ่านไม่ละเอียด หรือไม่เข้าใจคำศัพท์ เมื่อวิเคราะห์สาเหตุได้ ก็จะเห็นลักษณะข้อผิดพลาดซ้ำ ๆ แล้วนำไปปรับในการฝึกครั้งถัดไป วิธีนี้เป็นการพัฒนาเชิงลึกกว่าการทำข้อสอบจำนวนมากแบบไม่วิเคราะห์ เพราะช่วยให้เข้าใจรูปแบบความคิดของข้อสอบ TOEIC ได้จริง

จัดเวลาเรียนและวางตารางอย่างเป็นระบบ

อีกสิ่งที่ผู้สอบมักมองข้ามคือ การจัดตารางเรียนที่มีวินัยและความต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องอ่านหนักวันละหลายชั่วโมง แต่ควรฝึกทุกวันอย่างสม่ำเสมอ เช่น วันละ 1-2 ชั่วโมง เน้นสลับระหว่าง Listening และ Reading เพื่อไม่ให้สมองล้าด้านใดด้านหนึ่ง เริ่มจากพาร์ตที่อ่อนที่สุดก่อน แล้วค่อยขยับไปยังส่วนที่ถนัด การแบ่งเวลาชัดเจน เช่น

  • วันจันทร์ถึงศุกร์: ฟังพาร์ต Listening วันละ 1 ชุด
  • เสาร์อาทิตย์: ทำ Mock Test เต็มชุด 1 ครั้ง
  • ทุกสิ้นสัปดาห์: ตรวจสอบคะแนนและวิเคราะห์จุดบกพร่อง

การวางแผนลักษณะนี้ช่วยให้เห็นพัฒนาการเป็นลำดับ และยังสร้างความมั่นใจในช่วงก่อนสอบจริงด้วย

สรุป

เมื่อคุณเข้าใจและรู้ คะแนน TOEIC บริษัทต่างๆ ที่มักใช้เป็นเกณฑ์ รวมถึงเหตุผลที่บริษัทเลือกใช้ TOEIC เป็นดัชนีวัด คุณก็จะสามารถตั้งเป้าคะแนนให้เหมาะสมกับสายงานและองค์กรที่ต้องการได้ การเตรียมตัวด้วยการฝึก Listening & Reading ชนจุดอ่อน ใช้เทคนิค skimming / scanning ทำข้อสอบจำลอง และมีตารางฝึกอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณผ่านเกณฑ์ที่บริษัทตั้งไว้ได้แน่นอน!