Subject-Verb Agreement แกรมมาร์ที่ต้องรู้ก่อนสอบ TOEIC

สรุป Subject-Verb Agreement ให้เข้าใจในบทความเดียว

Admin

Table of Contents

การจะทำข้อสอบ TOEIC ให้ได้คะแนนตามเป้าหมายที่วางไว้ได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจในแกรมมาร์เรื่องต่าง ๆ ซึ่งวันนี้แอดจะมาพูดถึงเรื่อง “Subject-Verb Agreement” หนึ่งในแกรมมาร์ที่เราเจอกันได้บ่อยมาก ๆ ในข้อสอบจริง TOEIC ไปดูกันเลยครับว่าคืออะไร

Subject-Verb Agreement

Subject-Verb Agreement หมายถึง การผันคำกริยาให้ตรงกับประธาน โดยจะพิจารณาว่าประธานของประโยคเป็น Singular หรือ Plural แล้วผันคำกริยาให้ตรงกับประธานตัวนั้น ๆ ตามหลักการของแกรมมาร์และ Tense

Verb to be ใน Present Simple Tense

  • I am her boyfriend. ประธานเป็น I กริยา verb to be เลยต้องผันเป็น am
  • She is my girlfriend. ประธานเป็น She กริยา verb to be เลยต้องผันเป็น is
  • We are friends. ประธานเป็น We กริยา verb to be เลยต้องผันเป็น are

Present Simple Tense ทั่วไป

  • Peter drives to the office every day. ประธานเป็นเอกพจน์ คำกริยาต้องเติม s
  • I drive to the office every day. ประธานเป็น I คำกริยาไม่ต้องเติม s
  • They drive to the office every day. ประธานเป็นพหูพจน์ คำกริยาไม่ต้องเติม s

ข้อควรระวังในการพิจาณา Subject-Verb Agreement

1. Collective Noun

Collective Noun หรือ สมุหนาม เป็นคำที่เราใช้บอกความเป็น “หมวดหมู่” ของคำนาม เช่น Audicnce, Family, Class, Committee กลุ่มคำเหล่านี้เป็น “เอกพจน์””

  • Our family goes to New York every 2 years. (เรามอง family ทั้งก้อนเป็นหนึ่งเดียว)

แต่หากพูดถึง Collective Noun ในลักษณะที่ทำกริยานั้น ๆ ต่อกันในกลุ่มของพวกเขาเอง เราจะถือว่า นามนั้นเป็น “พหูพจน์”

  • Our family are arguing about where to go for vacation this year. (เรามองการกระทำนี้ว่าเป็นคนหลายคนใน family กระทำ )
collective noun ที่ใช้บ่อยๆ

2. Noun บางตัวลงท้ายด้วย s แต่ไม่ได้เป็นพหูพจน์

3. คำที่เป็นได้ทั้ง "เอกพจน์" และ "พหูพจน์"

Noun ที่เป็นได้ทั้ง เอกพจน์ และ พหูพจน์

4. One of ..

One of… หรือ หนึ่งใน… เป็นวลีที่ใช้บ่อยในภาษาอังกฤษ และสร้างความสับสนได้ง่าย เพราะใช้กับ Noun ในรูป “พหูพจน์” เสมอ แต่ว่ามันยังให้ความเป็น “เอกพจน์” เพราะประธานจริง ๆ แล้วคือ คำว่า One ที่แปลว่า หนึ่ง

  • One of her children works in her company.
    ลูกของเธอหนึ่งคนทำงานในบริษัทของเธอ

5. Subject และ Verb แท้ของประโยค

ในบางประโยค Subject และ Verb แท้ของประโยคก็ไม่ได้อยู่ติดกันเพราะมี Phrase หรือวลีมาคั่นกลาง เพือให้สามารถผัน Verb ได้ถูกต้องตาม Subject เราต้องสามารถวิเคราะห์ให้ได้ว่า Verb แท้ของประโยคคือตัวไหน

  • The car that we just bought was crashed last week.
    รถที่เราเพิ่งซื้อถูกชนเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
    (ประธานของประโยค คือ “The car” และ Verb แท้ของประโยค คือ “was crashed”)
  • The person whom you talked to yesterday is my brother.
    คนที่เธอคุยด้วยเมื่อวานคือน้องชายของฉัน
    (ประธานของประโยค คือ “The person” และ Verb แท้ของประโยคคือ “is”)
  • The girl playing the piano is in my class.
    เด็กที่เล่นเปียโนเรียนห้องเดียวกับฉัน
    (ประธานของประโยค คือ “The  girl” และ Verb แท้ของประโยคคือ “is”)

สังเกตได้ว่าคำกริยาที่ตามหลังคำเชื่อม Who, Whom, That จะไม่ใช่ Verb แท้ประโยคนะ แต่จะเป็นกริยาสำหรับวลีที่เอามาใช้ขยายคำนาม Verb แท้ของประโยคจะอยู่หลังวลีขยายนี้

สรุป

Subject-Verb Agreement จริง ๆ แล้วไม่ได้ยากเลยครับ แต่จะเป็นสิ่งที่เรามักจะลืมกันอยู่เสมอ

สิ่งที่ผมอยากจะเตือนให้เพื่อน ๆ คือเรื่องของ การเติม s และ es ครับในคำกริยาของ Present Simple Tense ครับ

ก่อนพูด หรือใช้งานภาษาอังกฤษทุกครั้ง ถ้าประธานเป็นเอกพจน์ ต้องจำให้ขึ้นใจเลยนะครับ ว่าต้องมี s หรือ es 

ที่ต้องเตือนแบบนี้เพราะว่า ผมพบเจอมากับตัวครับ เวลาพิมพ์แชตหรือพูด ลืมตลอดเลย ฮ่า ๆ เลยไม่อยากให้เพื่อน ๆ ที่กำลังจะสอบ TOEIC ลืมเหมือนกันครับ

ต่อไปจะเป็นแกรมมาร์เรื่อง Causatives นะครับ สำหรับใครที่กำลังเตรียมตัวสอบ TOEIC อยู่ รอติดตามชมได้เลย