ใครที่เคยสอบ TOEIC มาแล้วคงรู้สึกเหมือนกันว่า ไม่ใช่ทุกข้อที่เราจะฟังทันหรือเข้าใจได้ทั้งหมด บางทีโจทย์พูดเร็วเกินไป บางทีเราเผลอ บางทีคำศัพท์ไม่คุ้น แล้วพอมองไปที่ตัวเลือก ก็รู้สึกว่าทุกข้อดูถูกไปหมด หรือไม่ก็ผิดไปหมด ในสถานการณ์แบบนี้ การมีเทคนิคการเดาข้อสอบที่ใช้หลักการในการตัด Choice จะช่วยให้เราเพิ่มโอกาสได้คะแนนมากขึ้น แม้จะไม่แน่ใจ 100% ก็ตาม

บทความนี้ Memmoread จะพาไปดูว่า ทำไมเราถึงฟังไม่ทัน การตัดตัวเลือกช่วยได้จริงไหม และมีเทคนิคเดาข้อสอบภาษาอังกฤษ อะไรบ้างที่ใช้ได้ผลกับ TOEIC โดยเฉพาะในส่วน Listening ที่หลายคนมักจะหลุดไปตั้งแต่ Part 2

เทคนิคการเดาข้อสอบ

ฟังไม่ทันใน TOEIC เกิดจากอะไร

ปัญหาฟังไม่ทันใน TOEIC ไม่ได้เกิดจากเราฟังไม่เป็นอย่างเดียว หลายครั้งเป็นเพราะความเร็วของเสียง สำเนียงที่ไม่คุ้นเคย หรือแม้แต่บรรยากาศในห้องสอบที่ทำให้เสียงไม่ชัด บางคนอาจจะเตรียมตัวมาดี ฟังอะไรก็เข้าใจ แต่พอถึงวันสอบจริง กลับพบว่าตัวเองไม่ได้โฟกัสเท่าที่คิด หรือข้อสอบมีกับดักที่ไม่เคยเจอมาก่อน

นอกจากนี้ TOEIC ยังชอบใช้ “คำล่อ” หรือ “คำหลอก” ที่ฟังดูคล้ายคำในโจทย์ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่คำตอบ ทำให้คนที่ฟังได้แค่บางส่วนมักจะไปเลือกตัวเลือกที่ผิด การรู้จักรูปแบบการหลอกของ ETS และฝึกจับจังหวะการฟังจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดโอกาสที่จะพลาดคะแนนไป

 

ตัด Choice ช่วยเพิ่มคะแนน TOEIC ได้จริงไหม

คำตอบคือ ได้จริง โดยเฉพาะเมื่อเราไม่แน่ใจคำตอบที่ถูก ถ้าเรารู้ว่าตัวเลือกไหนผิดแน่ๆ และตัดมันทิ้งไปได้ เราก็จะเหลือตัวเลือกที่ต้องเลือกน้อยลง โอกาสที่จะเดาถูกก็เพิ่มขึ้น จาก 25% (ถ้ามี 4 ตัวเลือก) เป็น 33% หรือ 50% ขึ้นอยู่กับว่าเราตัดได้กี่ตัว

การตัดตัวเลือกไม่ใช่แค่การเดาสุ่ม แต่เป็นการใช้ทักษะในการคิดวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว โดยอาศัยความรู้เกี่ยวกับรูปแบบของข้อสอบ ความเข้าใจบริบท และการสังเกตรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ ETS มักจะแอบซ่อนไว้ การฝึกฝนเรื่องนี้อย่างสม่ำเสมอจะทำให้เราตัดสินใจได้เร็วขึ้นและแม่นยำขึ้นในห้องสอบจริง

 

หลักคิดก่อนตัด Choice ในข้อสอบ TOEIC

ก่อนที่จะไปดูเทคนิคการตัดในแต่ละ Part เรามาทำความเข้าใจหลักคิดพื้นฐานที่จะช่วยให้การตัดตัวเลือกมีประสิทธิภาพมากขึ้น

TOEIC ไม่หลอกด้วยคำยาก แต่หลอกด้วย “คำใกล้เคียง”

หลายคนคิดว่า TOEIC จะใช้คำศัพท์ที่ยากมาก แต่จริง ๆ แล้ว ETS มักจะใช้คำที่เราคุ้นหู แต่มีความหมายใกล้เคียงกัน หรือมีเสียงคล้ายกัน เช่น “defer” กับ “differ” หรือ “complement” กับ “compliment” การสังเกตรายละเอียดของคำจึงสำคัญมาก ไม่ใช่แค่ฟังหรืออ่านผ่าน ๆ

การทำคําศัพท์ TOEIC ให้คุ้นเคยจะช่วยลดโอกาสที่เราจะหลงเชื่อคำล่อเหล่านี้ และยังช่วยให้เราจับความหมายของประโยคได้รวดเร็วขึ้นด้วย

คำตอบที่ถูก มักสอดคล้องกับบริบททั้งประโยค

คำตอบที่ถูกใน TOEIC มักจะไม่ได้โดดเด่นหรือแปลกไปจากบริบทของเรื่อง มันจะเข้ากับสถานการณ์ที่พูดถึงในข้อสอบอย่างลงตัว ถ้าเรารู้สึกว่าตัวเลือกไหนดู “แปลก ๆ” หรือไม่เกี่ยวกับเรื่องที่กำลังพูด ก็มีโอกาสสูงที่มันจะเป็นคำตอบผิด การฝึกอ่านหรือฟังเพื่อจับใจความหลักจะช่วยให้เราตัด Choice ที่ไม่สอดคล้องออกไปได้ง่ายขึ้น

ถ้าไม่แน่ใจ ให้ตัดผิดก่อน ไม่เลือกถูกทันที

หลายคนมักจะพยายามหาว่าตัวเลือกไหนถูก แต่จริง ๆ แล้วการตัดตัวเลือกที่ผิดออกไปก่อนจะช่วยให้เราเห็นภาพชัดเจนขึ้น เมื่อเหลือแค่ 2-3 ตัวเลือก โอกาสที่เราจะเลือกคำตอบที่ถูกก็มากขึ้น และแม้จะเดา ก็เดาอย่างมีหลักการมากกว่าเดาแบบสุ่มสี่สุ่มห้า

วิธีตัด Choice TOEIC Part 2 เมื่อฟังคำถามไม่ทัน

Part 2 เป็นส่วนที่หลายคนมักจะหลุด เพราะไม่มีข้อความให้อ่าน ต้องฟังอย่างเดียว และถ้าพลาดคำถามไป การตอบก็จะยากขึ้นทันที แต่ถึงแม้จะฟังไม่ทัน เรายังมีเทคนิคที่ช่วยตัด Choice ได้

ตัด Choice ที่ Tense ไม่สัมพันธ์กับคำถาม

ถ้าเราฟังได้ว่าคำถามพูดถึงอดีต (เช่น “Did you…?”) แต่คำตอบกลับใช้ Future tense หรือ Present continuous ก็มีโอกาสสูงที่คำตอบนั้นผิด เพราะ TOEIC มักจะให้คำตอบที่สอดคล้องกับ tense ของคำถาม การฟังให้ได้แค่ tense ของคำถามก็ช่วยตัดตัวเลือกได้บางส่วนแล้ว

ตัดคำตอบที่ตอบไม่ตรงชนิดคำถาม

TOEIC Part 2 มักจะมีคำถามที่เริ่มด้วย Wh-question หรือ Yes/No question การรู้ว่าคำถามถามเรื่องอะไรจะช่วยให้เราตัดตัวเลือกที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปได้

Who

ถ้าคำถามถามว่า “Who…?” คำตอบที่ถูกมักจะเป็นชื่อคน ตำแหน่ง หรือคำว่า “I” “She” “The manager” เป็นต้น ถ้าตัวเลือกไหนตอบเป็นสถานที่หรือเวลา ก็ตัดทิ้งได้เลย

Where

คำถาม “Where…?” ต้องการคำตอบที่เป็นสถานที่ ถ้าคำตอบบอกเวลาหรือบุคคล ก็ไม่ใช่คำตอบที่ถูก

When

“When…?” ถามเกี่ยวกับเวลา คำตอบที่ถูกต้องจะเป็นวัน เวลา หรือช่วงเวลา ถ้าตัวเลือกไหนตอบเป็นสถานที่หรือคน ก็ตัดออกได้

Why

“Why…?” ถามเหตุผล คำตอบมักจะเริ่มด้วย “Because…” หรือให้เหตุผลโดยตรง ถ้าคำตอบเป็นแค่ข้อเท็จจริงธรรมดาที่ไม่ได้อธิบายเหตุผล ก็มีโอกาสผิด

ระวัง Choice ที่มีคำเดิมซ้ำจากคำถาม

นี่คือกับดักที่ ETS ชอบใช้มาก ถ้าคำถามพูดว่า “meeting room” แล้วมีตัวเลือกที่มีคำว่า “meeting” หรือ “room” ซ้ำ มักจะเป็นคำตอบผิด เพราะ TOEIC ชอบใช้คำพ้องความหมายหรือการพูดแบบ paraphrase มากกว่าการใช้คำเดิมซ้ำ การสังเกตเรื่องนี้จะช่วยให้เราไม่ไปติดกับดักได้

 

วิธีตัด Choice TOEIC Part 3 และ Part 4

Part 3 และ Part 4 เป็นส่วนที่มีบทสนทนาหรือบทพูดที่ยาวขึ้น และมีคำถามหลายข้อต่อหนึ่งบทสนทนา การตัดตัวเลือกในส่วนนี้จะต่างจาก Part 2 เล็กน้อย

อ่าน Choice ล่วงหน้า ช่วยตัดได้ก่อนฟัง

ก่อนที่เสียงจะเริ่ม ให้ใช้เวลาอ่านตัวเลือกของคำถามทุกข้อให้เร็วที่สุด ถ้าเห็นว่าตัวเลือกมีคำที่ขัดแย้งกัน เช่น ข้อหนึ่งบอกว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับ “complaint” อีกข้อบอกว่าเป็น “inquiry” เราก็จะรู้ว่าต้องฟังให้ดีว่าเรื่องหลักคืออะไร การทำเทคนิค Skimming & Scanning เพื่อตัด Choice ในส่วน Reading ก็ใช้ได้กับการอ่านตัวเลือกล่วงหน้าด้วย

ตัด Choice ที่ข้อมูล “เกินจริง” หรือไม่สมเหตุสมผล

บางครั้งตัวเลือกจะมีข้อมูลที่ฟังดูเกินจริง เช่น “The company will close all branches immediately” ในขณะที่บทสนทนาพูดแค่ว่า “We’re considering restructuring” คำตอบที่ถูกมักจะไม่ exaggerate และจะสอดคล้องกับสิ่งที่พูดในบทสนทนาโดยตรง

ระวังตัวเลข เวลา สถานที่ ที่ไม่สอดคล้องกับเรื่อง

TOEIC ชอบใส่ตัวเลข เวลา หรือสถานที่หลายๆ อันในบทสนทนาเดียวเพื่อทำให้สับสน ถ้าเราฟังได้ว่าพูดถึง “3 p.m.” แต่คำตอบมี “5 p.m.” ก็ตัดออกได้เลย หรือถ้าพูดถึง “conference room” แต่ตัวเลือกบอกว่า “cafeteria” ก็ไม่ใช่คำตอบที่ถูก การจดโน้ตตัวเลขและสถานที่สำคัญๆ ระหว่างฟังจะช่วยได้มาก

 

Choice แบบไหน “ควรตัดทิ้งทันที” ในข้อสอบ TOEIC

นอกจากเทคนิคเฉพาะในแต่ละ Part แล้ว ยังมีบางประเภทของตัวเลือกที่เราควรตัดทิ้งทันทีเมื่อเห็น เพราะมักจะเป็นคำตอบผิดเกือบทุกครั้ง

คำตอบที่พูดคนละเรื่อง

ถ้าคำถามถามเกี่ยวกับ “การประชุม” แต่ตัวเลือกพูดถึง “การสั่งอาหาร” หรือ “การซ่อมเครื่องปริ้นท์” ก็ตัดทิ้งได้เลย เพราะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กำลังพูดถึง การฟังหรืออ่านเพื่อจับหัวข้อหลักจะช่วยให้เราเห็นตัวเลือกแบบนี้ได้ทันที

คำตอบที่ใช้คำสุดโต่ง

ข้อสอบ TOEIC มักจะหลีกเลี่ยงคำตอบที่ใช้คำแบบสุดโต่ง เช่น “always” “never” “all” “none” เพราะในชีวิตจริงแทบจะไม่มีอะไรที่เป็นแบบนั้น 100% ถ้าเห็นตัวเลือกที่มีคำพวกนี้ มักจะเป็นคำตอบผิด ยกเว้นว่าในบทสนทนาพูดถึงคำเหล่านั้นอย่างชัดเจนมาก

คำตอบที่ขัดกับสามัญสำนึก

บางครั้งตัวเลือกจะมีข้อความที่ฟังแล้วรู้สึกว่าไม่สมเหตุสมผล เช่น “The CEO will personally deliver every package” หรือ “The office will be open 24 hours on weekends” ถ้าไม่มีข้อมูลในบทสนทนาที่ชัดเจนว่าเป็นอย่างนั้น ก็ควรตัดออกได้ เพราะคำตอบที่ถูกมักจะสมเหตุสมผลและเป็นไปได้ในชีวิตจริง

 

ตัวอย่างการตัด Choice TOEIC แบบเห็นภาพ

ลองมาดูตัวอย่างสถานการณ์จริงเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น

คำถาม (Part 2): “When is the deadline for the project?”

ตัวเลือก:

  • (A) At the new office building.
  • (B) By the end of next week.
  • (C) Yes, it’s important.

วิธีตัด: คำถามถาม “When” หมายถึงต้องการเวลา ตัวเลือก (A) ตอบเป็นสถานที่ ตัด ตัวเลือก (C) ตอบแบบ Yes/No ซึ่งไม่ตรงกับคำถาม ตัด เหลือ (B) ที่บอกเวลาชัดเจน คือคำตอบที่ถูก

คำถาม (Part 3): ในบทสนทนาพูดถึงการจองห้องประชุมเวลา 2 โมง และมีคำถามว่า “What time is the meeting?”

ตัวเลือก:

  • (A) At 2 p.m.
  • (B) At 4 p.m.
  • (C) At the main conference room.

วิธีตัด: ตัวเลือก (C) ตอบเป็นสถานที่ ไม่ใช่เวลา ตัด ตัวเลือก (B) บอก 4 โมง แต่ในบทสนทนาพูดถึง 2 โมง ตัด เหลือ (A) ที่ตรงกับข้อมูลที่ฟัง

การฝึกฝนด้วยแนวข้อสอบ TOEIC เป็นประจำจะช่วยให้เราชินกับรูปแบบการตัด Choice แบบนี้ และทำได้รวดเร็วขึ้นในห้องสอบจริง

 

คำถามพบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับ เทคนิคเดาข้อสอบภาษาอังกฤษ

ฟังไม่ทันทุกข้อ ยังสอบ TOEIC ให้ได้คะแนนดีได้ไหม?

ได้ เพราะไม่มีใครฟังทันทุกข้อ 100% การที่เรารู้จักตัด Choice ที่ผิดออกไป และมีกลยุทธ์ในการจัดการกับข้อที่ไม่แน่ใจ จะช่วยให้เราได้คะแนนที่ดีได้ แม้จะไม่ได้ฟังทุกคำก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องไม่ panic และพยายามฟังต่อในข้อถัดไป

ควรเดาหรือข้ามเมื่อฟังไม่ทัน?

ควรเดา เพราะ TOEIC ไม่มีการหักคะแนนถ้าตอบผิด ดังนั้นการทิ้งคำถามไว้ว่างเปล่าคือการเสียโอกาสที่จะได้คะแนนไปเปล่าๆ แต่การเดาก็ควรเป็นการเดาที่มีหลักการ โดยใช้เทคนิคการตัดตัวเลือกเพื่อเพิ่มโอกาสที่จะเดาถูก

ควรฝึกตัด Choice กี่วันก่อนสอบ?

ควรเริ่มฝึกตั้งแต่ต้นการเตรียมตัวเลย ไม่ใช่แค่กระชั้นชิดก่อนสอบ การฝึกตัดตัวเลือกเป็นทักษะที่ต้องใช้เวลาในการสะสมและทำให้เป็นธรรมชาติ ยิ่งฝึกบ่อยเท่าไหร่ ก็ยิ่งตัดได้เร็วและแม่นยำขึ้นเท่านั้น แนะนำให้ฝึกอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งเป็นเวลาหลายสัปดาห์

 

สรุป

เทคนิคการเดาข้อสอบและการตัด Choice ไม่ใช่วิธีโกง แต่เป็นกลยุทธ์ที่ผู้สอบมืออาชีพใช้กันทั่วโลก การรู้ว่าตัวเลือกไหนผิดแน่ ๆ ช่วยให้เราประหยัดเวลาและเพิ่มความมั่นใจในการตอบ ไม่ว่าจะเป็น Part 2 ที่ต้องฟังอย่างเดียว หรือ Part 3 และ 4 ที่มีบทสนทนายาวกว่า การฝึกฝนให้เห็นรูปแบบการหลอกของ ETS และเรียนรู้ที่จะตัดตัวเลือกอย่างมีหลักการจะช่วยให้เราได้คะแนน TOEIC ที่สูงขึ้น แม้จะฟังไม่ทันบางข้อก็ตาม

ที่สำคัญคือ อย่าลืมฝึกด้วยข้อสอบจริงอย่างสม่ำเสมอ เพราะยิ่งทำบ่อยเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งคุ้นเคยกับรูปแบบและสามารถใช้เทคนิคเดาข้อสอบภาษาอังกฤษเหล่านี้ได้อย่างคล่องแคล่วในห้องสอบจริง