สรุปครบ! TOEIC Listening มีใช้สำเนียงอะไรบ้าง? พร้อมเทคนิคฝึกฟังให้เป๊ะเหมือนเจ้าของภาษา

พาร์ทการฟังของ TOEIC ในปัจจุบันไม่ได้มีแค่สำเนียงเดียว แต่เป็นการรวบรวมสำเนียงจาก 4 ประเทศหลักที่ใช้ในโลกธุรกิจสากลซึ่งการไม่คุ้นชินกับความแตกต่างนี้มักเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พลาดคะแนนสำคัญบทความนี้จะสรุปทุกสำเนียงที่คุณต้องเจอ พร้อมเทคนิคการฝึกฝนที่จะเปลี่ยนหูของคุณให้เฉียบคมและพร้อมรับมือกับทุกสำเนียงในห้องสอบได้อย่างมั่นใจ

 

4 สำเนียงหลักในข้อสอบ TOEIC มีความต่างยังไงต้องแยกให้ให้ออก

1. American Accent (อเมริกัน) 

เป็นสำเนียงพื้นฐานที่ผู้สอบไทยคุ้นเคยมากที่สุด มีลักษณะการออกเสียงตัว R ที่ชัดเจนและมีการรวบคำที่เป็น Reduction เช่น การออกเสียงตัว T เป็นเสียง D เมื่ออยู่ระหว่างสระ การเข้าใจกฎการออกเสียงแบบอเมริกันจะช่วยให้คุณเก็บคะแนนในพาร์ทที่ 1 และ 2 ซึ่งเป็นส่วนของการโต้ตอบสั้นๆ 

 

2. British Accent (อังกฤษ) 

สำเนียงอังกฤษโดดเด่นด้วยการออกเสียงที่ค่อนข้างกระชับและไม่เน้นเสียงตัว R ในท้ายคำ รวมถึงการออกเสียงตัว T ที่ชัดเจนกว่าสำเนียงอเมริกันมากการฝึกฟังสำเนียงนี้จะช่วยให้คุณจับใจความสำคัญในพาร์ทบทสนทนา (Short Conversations) ได้ดีขึ้นโดยเฉพาะคำศัพท์เฉพาะทางที่มักออกเสียงแตกต่างจากฝั่งอเมริกา

 

3. Australian Accent (ออสเตรเลีย) 

สำเนียงที่ปราบเซียนที่สุดในข้อสอบ TOEIC ด้วยโทนเสียงที่มีความเหน่อและสระที่เพี้ยนไปจากปกติ เช่น เสียง “i” ที่ฟังดูคล้าย “oi” ทำให้ผู้สอบหลายคนสับสนคำง่ายๆ การเรียนรู้จุดเด่นของการลากเสียงและการลงน้ำหนักประโยคแบบชาวออสซี่จะช่วยให้คุณไม่หลุด เมื่อเจอเสียงในพาร์ทที่ 4 ซึ่งมักจะใช้สำเนียงนี้เป็นตัวคัดเกรดผู้สอบ

 

4. Canadian Accent (แคนาดา) 

สำเนียงแคนาดามีความใกล้เคียงกับอเมริกันสูงมากจนบางครั้งแยกไม่ออก แต่จะมีจุดสังเกตที่การออกเสียงสระบางตัวที่แบนกว่าและโทนเสียงที่นุ่มนวลกว่าเล็กน้อย การฝึกแยกแยะสำเนียงนี้ควบคู่ไปกับอเมริกันจะช่วยให้หูของคุณมีความละเอียดมากขึ้นและสามารถรับข้อมูลปริมาณมากในพาร์ทการฟังยาวๆ ได้โดยไม่เกิดอาการล้าหรือสับสนสำเนียง

Toeicสำเนียงที่ใช้

เทคนิคทางลัด ฝึกฟัง TOEIC Listening ให้ได้คะแนน 400+

เทคนิค “Shadowing” 

Shadowing หรือการพูดตามให้ทันทันทีที่ได้ยิน (เหมือนเป็นเงา) จะช่วยให้สมองจดจำจังหวะการเว้นวรรคและความเร็วของเจ้าของภาษาได้โดยอัตโนมัติ เมื่อคุณสามารถขยับปากตามได้ทัน หูของคุณก็จะสามารถจำแนกคำที่พูดรวบกันได้ดีขึ้น 

การทำ “Dictation” เฉพาะจุดที่ฟังไม่ออก

จดบันทึกตามคำบอกไม่จำเป็นต้องทำทั้งบทสนทนา แต่ให้โฟกัสไปที่ประโยคที่คุณฟังวนเกิน 3 รอบแล้วยังจับคำไม่ออก เพื่อวิเคราะห์ดูว่าคุณติดปัญหาที่การเชื่อมเสียงหรือเป็นคำศัพท์ที่ไม่รู้จัก วิธีนี้จะช่วยปิดรอยรั่วของการฟังได้อย่างตรงจุดและช่วยให้จำ คำศัพท์ เหล่านั้นได้แม่นยำกว่าการท่องจำธรรมดาหลายเท่า

คลังรวม Podcast และ YouTube Channel สำหรับฝึกสำเนียงเฉพาะทาง

  • American Accent (อเมริกัน): แนะนำช่อง Rachel’s English บน YouTube ซึ่งเน้นการออกเสียงแบบอเมริกันอย่างละเอียด หรือฟัง Podcast All Ears English เพื่อคุ้นเคยกับจังหวะการพูดที่เป็นธรรมชาติและสำนวนธุรกิจที่มักปรากฏในข้อสอบพาร์ทการฟังบ่อยครั้ง
  • British Accent (อังกฤษ): ช่อง BBC Learning English คือขุมทรัพย์ชั้นดี โดยเฉพาะรายการ 6 Minute English ที่ช่วยให้คุณชินกับสำเนียงอังกฤษมาตรฐาน หรือติดตาม Luke’s English Podcast เพื่อฝึกฟังการเล่าเรื่องยาวๆ ที่มีสำเนียงแบบชาวอังกฤษแท้ๆ
  • Australian Accent (ออสเตรเลีย): สำหรับสำเนียงที่ปราบเซียนที่สุด แนะนำให้ฟัง Aussie English Podcast ของ Pete Smissen ซึ่งจะช่วยถอดรหัสการออกเสียงสระที่ “เหน่อ” และการรวบคำแบบชาวออสซี่ 
  • Canadian Accent (แคนาดา): แนะนำช่อง Bob the Canadian บน YouTube ซึ่งมีการออกเสียงที่ชัดเจนและสุภาพตามแบบฉบับชาวแคนาดา การฟัง Bob จะช่วยให้คุณแยกแยะความแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างสำเนียงอเมริกันและแคนาดาได้ชัดเจนขึ้นผ่านหัวข้อที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวันและการทำงาน

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ TOEIC Listening

สำเนียงไหนออกเยอะที่สุด?

 แม้ว่าข้อสอบ TOEIC จะพยายามกระจายสำเนียงให้เท่าเทียมกัน แต่ตามสถิติแล้วสำเนียงอเมริกันและแคนาดายังคงมีสัดส่วนค่อนข้างสูง (รวมกันประมาณ 50-60%) อย่างไรก็ตามคะแนนที่ตัดสินคนได้คะแนน 900+ มักจะมาจากพาร์ทที่เป็นสำเนียงอังกฤษและออสเตรเลีย ดังนั้นการเตรียมตัวให้ครอบคลุมทุกสำเนียงจึงเป็นกลยุทธ์ที่ปลอดภัยที่สุดในการทำคะแนนสูง

ถ้าฟังสำเนียงออสเตรเลียไม่ออกเลย ควรทำอย่างไร?

แนะนำให้โฟกัสที่ “Keywords” และ “Context” ของบทสนทนามากกว่าการพยายามฟังทุกคำให้ชัดเจน เนื่องจากจังหวะของสำเนียงนี้จะมีความเฉพาะตัวสูง การฝึกฟังเสียงสระที่ผิดเพี้ยนไปจากมาตรฐานอเมริกันบ่อยๆ จะช่วยให้สมองเริ่มปรับจูนและเดาทางออกได้เอง ซึ่งเป็นทักษะที่ต้องใช้เวลาฝึกฝนผ่านสื่อบันเทิงหรือข่าวของประเทศออสเตรเลียโดยเฉพาะ

 

สรุป

การทำคะแนน TOEIC Listening ให้ทะลุเป้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับคลังศัพท์เพียงอย่างเดียว แต่คือความสามารถในการปรับหูให้ทันกับความหลากหลายของสำเนียงสากล การหมั่นฝึกฝนด้วยเทคนิค Shadowing และ Dictation อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ได้อย่างแน่นอน และหากคุณต้องการเครื่องมือติวสอบที่เข้มข้นพร้อมเทคนิคการทำคะแนนที่ส่งตรงถึงหน้าจอ สามารถเข้าไปอัปเกรดความรู้เพิ่มเติมได้ที่ Memmoread