วิธีเตรียมสอบ TOEIC ฉบับครบจบ พร้อมเทคนิคอัปคะแนนได้จริง

การสอบ TOEIC ยังคงเป็นด่านสำคัญของคนทำงาน นักศึกษาจบใหม่ และผู้ที่ต้องการสมัครงานในบริษัทชั้นนำหรือสายการบิน หลายคนกังวลว่าจะเริ่มต้นยังไง อ่านอะไรก่อน หรือควรลงคอร์สดีไหม Memmoread รวบรวมประสบการณ์จริงจากผู้สอบได้คะแนนสูง พร้อมเทคนิคที่ใช้ได้จริง เพื่อให้คุณเตรียมสอบ TOEIC ได้อย่างมีระบบและเห็นผลจริง

TOEIC คืออะไร และทำไมต้องรู้ตารางเทียบคะแนน TOEIC ก่อนเริ่มอ่าน

ก่อนจะลงมือเตรียมตัว สิ่งแรกที่ควรเข้าใจคือโครงสร้างข้อสอบและเป้าหมายของตัวเอง TOEIC ย่อมาจาก Test of English for International Communication เป็นข้อสอบวัดระดับภาษาอังกฤษเชิงธุรกิจ แบ่งเป็น Listening 100 ข้อ และ Reading 100 ข้อ คะแนนเต็มรวม 990 คะแนน ใช้เวลาสอบ 2 ชั่วโมง

ตารางเทียบคะแนน TOEIC และเป้าหมายตามสายอาชีพ

หลายคนเริ่มเตรียมตัวสอบโดยไม่รู้ว่าควรตั้งเป้าคะแนนเท่าไหร่ดี ซึ่งจริงๆ แล้วคะแนนเป้าหมายควรขึ้นอยู่กับสายอาชีพและจุดประสงค์ในการใช้คะแนนของแต่ละคน การรู้ตารางเทียบคะแนน TOEIC ตั้งแต่ต้นจะช่วยให้คุณวางแผนเวลาอ่านและเลือกเทคนิคสอบ toeic ได้แม่นยำขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาฝึกหนักเกินความจำเป็น

ระดับคะแนน TOEIC
ระดับคะแนน TOEIC ระดับความสามารถ
กลุ่มอาชีพ / จุดประสงค์
250 – 400 คะแนน
Elementary
นักศึกษา / ใช้ยื่นจบการศึกษาบางมหาวิทยาลัย
405 – 600 คะแนน
Intermediate
พนักงานออฟฟิศทั่วไป / งานบริการ
605 – 780 คะแนน
Working Proficiency
พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน / โรงแรม 5 ดาว / งานราชการบางตำแหน่ง
785 – 900 คะแนน
Professional Working
บริษัทข้ามชาติ / ตำแหน่งระดับ Senior / Manager
905 – 990 คะแนน
International Proficiency
ผู้บริหารระดับสูง / นักการทูต / เรียนต่อต่างประเทศ

วิธีคิดคะแนน TOEIC ที่หลายคนเข้าใจผิด

หลายคนเข้าใจผิดว่า วิธีคิดคะแนน TOEIC คือ 1 ข้อเท่ากับ 5 คะแนนแบบตรง ๆ แต่จริง ๆ แล้ว TOEIC ใช้ระบบ Equated Scoring หรือการแปลงคะแนนดิบให้เป็นคะแนนมาตรฐาน เพื่อปรับความยากง่ายของข้อสอบแต่ละชุดให้ยุติธรรมมากขึ้น

โครงสร้างคะแนนของ TOEIC แบ่งออกเป็น 2 พาร์ทหลัก โดยมีรายละเอียดดังนี้

พาร์ท
จำนวนข้อ
ช่วงคะแนน
เวลาที่ใช้
Listening Comprehension
100 ข้อ
5 – 495 คะแนน
45 นาที
Reading Comprehension
100 ข้อ
5 – 495 คะแนน
75 นาที
รวมทั้งหมด
200 ข้อ
10 – 990 คะแนน
2 ชั่วโมง

จุดสำคัญที่หลายคนพลาดคือ TOEIC ไม่มีการหักคะแนนหากตอบผิด ดังนั้นเคล็ดลับคือ ห้ามเว้นข้อเด็ดขาด แม้ไม่รู้คำตอบก็ควรเดาไว้ก่อน เพราะมีโอกาสถูกถึง 25% นอกจากนี้คะแนนดิบไม่ได้แปลงตรงๆ เป็นคะแนนเต็ม เช่น ตอบถูก 90 ข้อใน Listening อาจได้ 430–460 คะแนน ขึ้นอยู่กับความยากของข้อสอบรอบนั้น

อีกหนึ่งเรื่องที่ควรรู้คือผลคะแนน TOEIC มีอายุใช้งาน 2 ปี การวางแผนเวลาสอบให้สอดคล้องกับการสมัครงานหรือเรียนต่อจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

เทคนิคสอบ TOEIC ที่ผู้สอบคะแนนสูงใช้จริง

หลังจากเข้าใจระบบคะแนนแล้ว มาดูเทคนิคสอบ TOEICที่ผู้สอบได้คะแนนสูงนำมาแชร์ ซึ่งใช้ได้จริงทั้งคนที่มีพื้นฐานและไม่มีพื้นฐาน เทคนิคเหล่านี้รวบรวมจากผู้สอบจริงที่สามารถพิชิตคะแนนตามเป้าหมายได้

เทคนิค Skimming & Scanning สำหรับพาร์ท Reading

พาร์ท Reading โดยเฉพาะ Part 7 เป็นส่วนที่หลายคนทำไม่ทันเวลา เทคนิคสำคัญคือ การอ่านคำถามก่อนบทความ เพื่อรู้ว่าต้องหาข้อมูลอะไร จากนั้นใช้ 

Skimming กวาดตาเพื่อจับใจความหลัก 

Scanning เพื่อหาคีย์เวิร์ดเฉพาะ เช่น ตัวเลข วันที่ ชื่อคน หรือสถานที่ 

หลักการคือ ไม่ควรอ่านทุกคำแบบละเอียดตั้งแต่ต้น แต่ควรฝึกจับประเด็นให้เร็วและกลับไปอ่านเฉพาะจุดที่เกี่ยวข้องกับคำถาม

เทคนิคจับ Choice ในพาร์ท Listening

สำหรับพาร์ท Listening โดยเฉพาะ Part 3 และ Part 4 ผู้สอบคะแนนสูงมักใช้เทคนิคอ่านคำถามและตัวเลือกคร่าว ๆ ล่วงหน้า เพื่อรู้ว่าต้องฟังหาข้อมูลประเภทไหน เช่น ใครทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ หรือปัญหาคืออะไร ระหว่างฟังไม่จำเป็นต้องแปลทุกคำ แต่ให้จับคีย์เวิร์ดและบริบทสำคัญ หากข้อไหนไม่แน่ใจ ควรเลือกคำตอบที่เป็นไปได้มากที่สุดแล้วรีบไปข้อต่อไป เพื่อไม่ให้เสียจังหวะกับข้อถัดไป

เทคนิคตัด Choice ในพาร์ท Grammar

สำหรับ Part 5 ที่เป็นข้อสอบ Grammar เทคนิคที่ช่วยประหยัดเวลาคือดูชนิดของคำที่ช่องว่างต้องการก่อน เช่น หลังคำบุพบทอย่าง “of” มักตามด้วยคำนาม จึงสามารถตัดตัวเลือกที่ไม่ใช่คำนามออกได้ทันที นอกจากนี้ควรฝึกดูโครงสร้างประโยค เช่น Subject, Verb, Object และคำเชื่อม เพื่อช่วยให้เลือกคำตอบได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องแปลทั้งประโยคทุกครั้ง

ทริคการสอบ TOEIC แบบเร่งรัด 1 เดือน

สำหรับคนที่มีเวลาเตรียมตัวจำกัด ทริคการสอบ TOEIC แบบเร่งรัดควรเน้นที่ความสม่ำเสมอมากกว่าการอ่านแบบหนักในช่วงสั้น ๆ โดยอาจจัดตารางเตรียมตัววันละ 2–3 ชั่วโมง แบ่งเป็นการฝึก Listening, Reading, ทบทวน Grammar และจดคำศัพท์ที่พบบ่อยในข้อสอบ TOEIC เพื่อกลับมาทบทวนซ้ำเป็นประจำ หากมีเวลา 1 เดือน ควรลองทำข้อสอบเสมือนจริงอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง เพื่อฝึกบริหารเวลาและประเมินจุดอ่อนของตัวเอง

ลงคอร์สเรียน TOEIC ดีไหม หรืออ่านเองดีกว่า

คำถามยอดฮิตคือ เรียน TOEIC ดีไหม ระหว่างลงคอร์สกับอ่านเอง คำตอบขึ้นอยู่กับพื้นฐานภาษาอังกฤษ วินัยส่วนตัว และคะแนนเป้าหมาย 

หากพื้นฐานยังไม่แน่นหรือไม่รู้ว่าควรเริ่มจากตรงไหน การลงคอร์สอาจช่วยให้มีโครงสร้างการเรียนที่ชัดเจนและมีผู้สอนช่วยแนะนำจุดอ่อน 

ถ้ามีพื้นฐานระดับปานกลางและมีวินัยมากพอ การอ่านเองจากหนังสือ TOEIC แบบฝึกหัด และคอร์สติว TOEIC ฟรีบน YouTube ก็สามารถช่วยให้พัฒนาคะแนนได้เช่นกัน

สร้างสภาพแวดล้อมภาษาอังกฤษรอบตัว

อีกหนึ่งทริคที่ช่วยเสริมการเตรียมสอบคือการเพิ่มภาษาอังกฤษเข้ามาในชีวิตประจำวัน เช่น 

1.ตั้งค่าโทรศัพท์เป็นภาษาอังกฤษ 

2.ดูคอนเทนต์พร้อมซับอังกฤษ 

3.ฟังพอดแคสต์หรือข่าวภาษาอังกฤษระหว่างเดินทาง 

วิธีนี้ช่วยให้คุ้นเคยกับคำศัพท์ สำเนียง และรูปประโยคมากขึ้น แม้อาจไม่ได้แทนการทำข้อสอบโดยตรง แต่เป็นตัวช่วยที่ดีในการเพิ่มคลังคำศัพท์และพัฒนาทักษะการฟังในระยะยาวครับ

การเตรียมตัวสอบ TOEIC ด้วย TOEIC Simulator และแหล่งฝึกฟรี

หนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการเตรียมตัวสอบ TOEIC คือการฝึกทำข้อสอบเสมือนจริง เพราะจะช่วยให้คุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบ เวลาสอบ และแรงกดดันระหว่างทำข้อสอบจริง การฝึกกับ TOEIC Simulator ยังช่วยให้เห็นจุดอ่อนของตัวเองชัดขึ้น เช่น ทำพาร์ท Reading ไม่ทัน ฟังบทสนทนา Part 3–4 ไม่ทัน หรือพลาดแกรมม่าซ้ำ ๆ ใน Part 5

สำหรับคนที่อยากฝึกแบบเป็นระบบ Memmoread มีข้อสอบฝึกหัดทั้ง Listening และ Reading พร้อมเฉลยภาษาไทยละเอียด ช่วยให้ทบทวนคำตอบผิดและเข้าใจเหตุผลของแต่ละข้อได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ยังมีแอป Memmoread TOEIC Practice สำหรับฝึกบนมือถือ พร้อมระบบประเมินคะแนนโดยประมาณ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเช็กระดับตัวเองก่อนสอบจริง

รีวิวจากผู้สอบจริง เตรียมตัวยังไงให้ได้คะแนนตามเป้า

นอกจากเทคนิคและทริคต่างๆ ที่แชร์มาแล้ว การได้อ่านประสบการณ์ตรงจากผู้สอบจริงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจและเห็นภาพการเตรียมตัวสอบ TOEIC ได้ชัดเจนขึ้น Memmoread ได้รวบรวมรีวิวจากผู้สอบหลากหลายระดับ ทั้งคนทำงานออฟฟิศที่ไม่มีเวลาไปติว นักศึกษาที่อ่านเองด้วยตัวเอง และผู้ที่สามารถเพิ่มคะแนนได้ถึง 200 คะแนนภายในเวลาจำกัด เพื่อให้คุณเห็นว่าแต่ละคนมีวิธีการเตรียมตัวที่แตกต่างกัน และสามารถนำไปปรับใช้กับสไตล์ของตัวเองได้

สรุป: การเตรียมตัวสอบToeic

การจะพิชิต TOEIC ให้ได้คะแนนตามเป้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการวางแผน เทคนิคที่ใช้ และความสม่ำเสมอในการฝึก หากเริ่มเตรียมตัวอย่างเป็นระบบ ใช้แหล่งฝึกฟรีให้คุ้ม และฝึกทำข้อสอบเสมือนจริงเป็นประจำ คะแนน TOEIC ที่ตั้งเป้าไว้ก็มีโอกาสเป็นจริงได้มากขึ้นครับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเตรียมสอบ TOEIC (FAQ)

A: ขึ้นอยู่กับพื้นฐานและคะแนนเป้าหมาย หากพื้นฐานปานกลางและตั้งเป้า 600–750 คะแนน ใช้เวลาเตรียมตัว 1–2 เดือน วันละ 2–3 ชั่วโมงก็เพียงพอ แต่ถ้าพื้นฐานอ่อนหรือต้องการคะแนน 800+ ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป

TOEIC ไม่มีเกณฑ์ “ผ่าน/ไม่ผ่าน” ที่ตายตัว เพราะคะแนนที่ต้องการขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้ใช้ เช่น บริษัททั่วไปมักกำหนดที่ 550 คะแนนขึ้นไป สายการบินมักต้องการ 600–750 คะแนน ส่วนบริษัทข้ามชาติหรือตำแหน่งระดับ Manager มักกำหนดที่ 750–850 คะแนนขึ้นไป ดังนั้นควรเช็กเกณฑ์ของตำแหน่งงานที่ต้องการก่อนตั้งเป้าคะแนนของตัวเอง

ผลคะแนน TOEIC มีอายุการใช้งาน 2 ปี นับจากวันที่สอบ หากต้องใช้คะแนนสมัครงานหรือเรียนต่อ ควรวางแผนเวลาสอบให้สอดคล้องกับช่วงที่ต้องยื่นเอกสาร

A: สามารถฝึกทำข้อสอบ TOEIC ฟรีได้ที่เว็บไซต์ Memmoread ซึ่งมีทั้งพาร์ท Listening และ Reading พร้อมเฉลยภาษาไทยละเอียดทุกข้อ และยังมีแอป Memmoread TOEIC Practice ให้ดาวน์โหลดฝึกบนมือถือฟรีอีกด้วย