คำถามที่หลายคนสงสัยตอนเตรียมสอบโทอิค คงหนีไม่พ้นว่า “ถ้าสอบได้คะแนนสูง ๆ จะส่งผลดีต่อตัวเองไหม?” โดยเฉพาะในแง่การเงิน เพราะการลงทุนเวลาและค่าสมัครสอบก็ไม่ใช่น้อย วันนี้ Memmoread จะพาทุกคนไปไขข้อสงสัยกันว่า คะแนน TOEIC มีผลต่อเงินเดือนจริงหรือไม่ และถ้าจริง คะแนนเท่าไหร่ถึงจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า

คะแนน TOEIC

คะแนน TOEIC มีผลต่อเงินเดือนจริงหรือ?

คำตอบคือ ใช่ แต่ไม่ใช่ทุกบริษัท และไม่ได้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด ในตลาดแรงงานปัจจุบัน โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติ บริษัทที่ต้องติดต่อกับลูกค้าต่างประเทศ หรือรัฐวิสาหกิจที่มีระบบชัดเจน มักจะกำหนดให้ คะแนน TOEIC เป็นหนึ่งในเกณฑ์พิจารณาเงินเดือนหรือสวัสดิการเพิ่มเติม

บางองค์กรใช้คะแนนโทอิคเป็นตัวกำหนด “ค่าภาษา” (Language Allowance) ซึ่งจ่ายเป็นรายเดือน บางที่ใช้เป็นเงื่อนไขในการเลื่อนตำแหน่ง หรือเป็นข้อกำหนดขั้นต่ำในการรับสมัครงาน ซึ่งหมายความว่าถ้าคุณมีคะแนนสูง คุณก็มีโอกาสเจรจาเงินเดือนได้ดีกว่าคนที่ไม่มีหรือคะแนนต่ำกว่า

สิ่งที่น่าสนใจคือ บางบริษัทไม่ได้ระบุเป็นตัวเลขชัดเจน แต่ผู้สมัครที่มีคะแนนโทอิคสูงมักได้รับการพิจารณาในแง่ดี เพราะนั่นสะท้อนถึงความพร้อมในการสื่อสารภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นทักษะที่มีค่ามากในยุคที่ธุรกิจเชื่อมโยงระหว่างประเทศ

คะแนนเท่าไหร่ถึงจะได้เงินเดือนเพิ่ม?

หลายคนอาจคิดว่าต้องสอบได้คะแนนเต็มหรือใกล้เคียง 990 ถึงจะได้รับประโยชน์ แต่ความจริงแล้ว คะแนน TOEIC มีผลต่อเงินเดือนตั้งแต่ระดับ 500 ขึ้นไปแล้ว โดยแต่ละช่วงคะแนนมีความหมายและผลตอบแทนที่แตกต่างกัน

คะแนน TOEIC 500-600 พอไหม?

สำหรับระดับนี้ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่พอใช้ได้สำหรับงานที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษในระดับพื้นฐาน เช่น งานธุรการ พนักงานต้อนรับ หรือตำแหน่งเริ่มต้นในบริษัทต่างชาติ คะแนนในช่วงนี้อาจยังไม่ได้รับค่าภาษาโดยตรง แต่สามารถทำให้คุณผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำในการสมัครงานได้ ซึ่งก็นับว่าเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสที่ดีกว่าแล้ว

บางบริษัทอาจมีนโยบายให้เงินเดือนเริ่มต้นสูงกว่าเล็กน้อยสำหรับผู้ที่มีคะแนนในช่วง 550-600 โดยเฉพาะตำแหน่งที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับต่างชาติบ้างเป็นครั้งคราว อย่างไรก็ตาม คะแนนในระดับนี้ยังไม่ถือว่าเด่นมากพอที่จะเจรจาเงินเดือนสูง ๆ ได้

คะแนน 750-990 ส่งผลต่อฐานเงินเดือนโดยตรงไหม?

นี่คือช่วงคะแนนที่เริ่มมีน้ำหนักจริง ๆ คะแนน TOEIC 750 ขึ้นไป ถือว่าอยู่ในระดับที่ใช้งานได้คล่อง (Advanced) และหลายองค์กรกำหนดให้นี่คือเกณฑ์สำหรับการได้รับค่าภาษาหรือโบนัสพิเศษ บางบริษัทจ่ายค่าภาษา 3,000-5,000 บาทต่อเดือนสำหรับพนักงานที่มีคะแนน 750-850

สำหรับคะแนน 850-990 นั้น ถือว่าเป็นระดับเชี่ยวชาญ (Proficient) ซึ่งบางแห่งจ่ายค่าภาษาสูงถึง 8,000-10,000 บาทต่อเดือน หรือกำหนดให้เป็นเงื่อนไขสำหรับตำแหน่งผู้บริหารหรืองานที่ต้องเจรจาธุรกิจกับต่างชาติโดยตรง นอกจากนี้ ยังเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในการเลื่อนตำแหน่งหรือได้รับโครงการพิเศษที่มีค่าตอบแทนสูงกว่าปกติ

หากคุณอยากเช็คว่าบริษัทที่สนใจกำหนดคะแนนเท่าไหร่ ลองดูคะแนน TOEIC ขั้นต่ำของบริษัทต่าง ๆ เป็นข้อมูลเบื้องต้นได้

บริษัทไหนบ้างที่ใช้คะแนน TOEIC เพิ่มเงินเดือน/สวัสดิการ?

เมื่อรู้แล้วว่าคะแนนโทอิคส่งผลได้จริง คำถามต่อไปคือ “บริษัทไหนบ้างที่จ่ายจริง?” เรามาดูกลุ่มธุรกิจที่มักให้ความสำคัญกับคะแนนนี้กันดีกว่า

1. กลุ่มธุรกิจที่ให้ “ค่าภาษา” (เช่น โรงแรม/สายการบิน)

ธุรกิจโรงแรมและสายการบินเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ใช้ คะแนน TOEIC เป็นเกณฑ์ชัดเจน เพราะพนักงานต้องสื่อสารกับลูกค้าต่างชาติตลอดเวลา โรงแรมระดับ 5 ดาวหลายแห่งกำหนดให้พนักงานแผนกต้อนรับหรือแผนกอาหารและเครื่องดื่มต้องมีคะแนนขั้นต่ำ 600-700 และจ่ายค่าภาษาเพิ่มตามระดับคะแนน

สายการบินก็เช่นกัน แอร์โฮสเตสและพนักงานภาคพื้นหลายสายกำหนดให้มีคะแนนขั้นต่ำ 650-750 บางสายจ่ายค่าภาษา 5,000 บาทขึ้นไป หากมีคะแนน 800+ ส่วนตำแหน่งบริหารหรืองานที่ต้องประสานงานระหว่างประเทศ อาจต้องการคะแนน 850 ขึ้นไป

2. กลุ่มบริษัทข้ามชาติ

บริษัทข้ามชาติ โดยเฉพาะสัญชาติญี่ปุ่น เกาหลี และยุโรป มักมีนโยบายชัดเจนเรื่องคะแนนโทอิค เพราะใช้เป็นมาตรฐานสากลในการประเมินความสามารถทางภาษา บางบริษัทไม่ได้จ่ายเป็นค่าภาษาแยกต่างหาก แต่จะใช้คะแนนเป็นตัวปรับฐานเงินเดือน เช่น ถ้ามีคะแนน 750+ อาจได้เงินเดือนเริ่มต้นสูงกว่า 3,000-5,000 บาททันที

นอกจากนี้ การมีคะแนนสูงยังเปิดโอกาสให้ได้รับการคัดเลือกเข้าโปรแกรมการฝึกอบรมในต่างประเทศ หรือได้รับมอบหมายโครงการสำคัญที่มี allowance พิเศษ ซึ่งในระยะยาวก็ส่งผลต่อเส้นทางความก้าวหน้าและรายได้ของคุณ

3. กลุ่มรัฐวิสาหกิจ

รัฐวิสาหกิจหลายแห่งเริ่มให้ความสำคัญกับทักษะภาษาอังกฤษมากขึ้น โดยเฉพาะที่มีธุรกิจระหว่างประเทศหรือต้องติดต่อกับองค์กรต่างชาติ บางแห่งกำหนดให้พนักงานระดับหัวหน้างานขึ้นไปต้องมีคะแนน TOEIC 500-600 ขึ้นไป และมีนโยบายสนับสนุนค่าสอบหรือให้โบนัสเพิ่มสำหรับคะแนนที่สูงขึ้น

แม้จะไม่ได้จ่ายค่าภาษารายเดือนเหมือนเอกชน แต่การมีคะแนนสูงเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขันตำแหน่งผู้บริหารหรือโอกาสไปดูงานต่างประเทศ ซึ่งก็นับว่าเป็นสวัสดิการที่มีมูลค่าไม่น้อย

อยากเพิ่มคะแนน TOEIC ให้สูง ต้องเริ่มต้นอย่างไร?

หลังจากรู้แล้วว่าคะแนนโทอิคส่งผลต่อเงินเดือนจริง คงไม่มีใครอยากปล่อยโอกาสนี้ผ่านไปเฉย ๆ แล้วจะเริ่มเตรียมตัวยังไงดี? มีสองสิ่งหลักที่คุณควรโฟกัส

ฝึกทำข้อสอบเก่าพาร์ท Reading & Listening

การทำแนวข้อสอบโทอิคเป็นประจำคือวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุด เพราะโทอิคเป็นข้อสอบที่มีรูปแบบชัดเจน เมื่อคุณทำบ่อยๆ คุณจะคุ้นเคยกับโครงสร้างและสามารถจัดการเวลาได้ดีขึ้น

สำหรับพาร์ท Listening ให้ฟังเสียงต่าง ๆ ที่ใช้ในข้อสอบจริง เช่น เสียงประกาศ บทสนทนาในสำนักงาน เพื่อให้หูคุณชินกับสำเนียงและความเร็วของเจ้าของภาษา ส่วนพาร์ท Reading ให้ฝึกอ่านบทความสั้น ๆ อีเมล และโฆษณา เพราะเป็นรูปแบบที่ออกบ่อย การบริหารเวลาก็สำคัญมาก เพราะถ้าใช้เวลาไปกับข้อยากเกินไป คุณอาจไม่มีเวลาทำข้อที่ง่ายกว่า

ท่องคำศัพท์พบบ่อย

โทอิคใช้ศัพท์ TOEIC ที่เกี่ยวกับธุรกิจและชีวิตประจำวันซ้ำ ๆ เช่น คำเกี่ยวกับการประชุม การเดินทาง การจัดซื้อ ถ้าคุณจำคำเหล่านี้ได้ คุณจะเข้าใจข้อสอบได้เร็วและแม่นยำมากขึ้น

แนะนำให้เริ่มจากคำศัพท์ภาษาอังกฤษพื้นฐานก่อน เพราะเป็นรากฐานสำคัญ แล้วค่อยขยายไปยังคำศัพท์เฉพาะทางที่ใช้ในโทอิค การท่องควรทำให้เป็นนิสัยประจำวัน แม้แค่วันละ 10-15 คำ ก็สะสมได้เยอะในระยะยาว ลองหาแอปหรือบัตรคำศัพท์มาช่วย เพื่อให้การท่องไม่น่าเบื่อและติดตามความคืบหน้าได้ง่าย

สรุป

คะแนน TOEIC มีผลต่อเงินเดือนจริง โดยเฉพาะในบริษัทข้ามชาติ ธุรกิจบริการ และรัฐวิสาหกิจที่ต้องการพนักงานที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี คะแนนตั้งแต่ 500 ขึ้นไปก็เริ่มมีผลแล้ว แต่ถ้าอยากได้ค่าภาษาหรือสวัสดิการเพิ่มจริงๆ ควรมุ่งเป้าไปที่ 750 ขึ้นไป

การลงทุนเวลาเตรียมตัวสอบ โดยเฉพาะการฝึกทำข้อสอบและท่องศัพท์ ไม่ใช่แค่การเพิ่มคะแนน แต่คือการเปิดโอกาสทางอาชีพที่ดีกว่าให้ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนที่สูงขึ้น โอกาสเลื่อนตำแหน่ง หรือประสบการณ์การทำงานในระดับสากล ดังนั้น ถ้ายังไม่เคยสอบหรืออยากปรับคะแนนให้ดีขึ้น วันนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะลงมือทำ