TOEIC กับ IELTS อันไหนยากกว่า? รู้ข้อแตกต่างก่อนตัดสินใจสอบ

toeic กับ ielts อัน ไหนยากกว่า

หลายคนที่กำลังพัฒนาภาษาอังกฤษมักมีคำถามว่า TOEIC กับ IELTS อันไหนยากกว่า เพราะทั้งสองเป็นข้อสอบวัดระดับภาษาอังกฤษที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง แต่มีวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน บางคนต้องการใช้คะแนนเพื่อสมัครงาน ขณะที่บางคนต้องการเรียนต่อต่างประเทศหรือย้ายถิ่นฐาน จึงทำให้เกิดคำถามว่า สอบ ielts กับ toeic อันไหนยากกว่ากัน และควรเลือกสอบแบบไหนให้เหมาะกับเป้าหมายของตัวเอง

บทความนี้จะพาไปเปรียบเทียบข้อสอบทั้งสองประเภทอย่างละเอียด เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นก่อนเลือกสนามสอบที่เหมาะกับตนเอง

TOEIC กับ IELTS คืออะไร? รู้จักก่อนเปรียบเทียบ

TOEIC คืออะไร — ข้อสอบวัดภาษาอังกฤษเชิงการทำงาน

TOEIC (Test of English for International Communication) เป็นข้อสอบที่เน้นการใช้ภาษาอังกฤษในบริบทการทำงานและการสื่อสารทางธุรกิจ โดยเนื้อหาจะเกี่ยวข้องกับการประชุม อีเมล การเดินทาง การติดต่อประสานงาน และสถานการณ์ในองค์กร

ในประเทศไทย หลายองค์กรใช้คะแนน TOEIC เป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณา Toeic สมัครงาน โดยเฉพาะสายงานที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ เช่น สายการบิน โรงแรม การท่องเที่ยว และบริษัทข้ามชาติ

IELTS คืออะไร — ข้อสอบวัดภาษาอังกฤษเพื่อเรียนต่อ/ย้ายถิ่นฐาน

IELTS (International English Language Testing System) เป็นข้อสอบที่ออกแบบมาเพื่อวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษทั้ง 4 ทักษะ ได้แก่ Listening, Reading, Writing และ Speaking

ข้อสอบนี้ได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลัย หน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง และองค์กรระดับนานาชาติทั่วโลก จึงมักใช้สำหรับการเรียนต่อต่างประเทศ การขอวีซ่า หรือการทำงานในบางประเทศ

TOEIC กับ IELTS อันไหนยากกว่ากัน? คำตอบที่ต้องดูเป็นด้าน ๆ

ทำไม TOEIC ถึงถูกมองว่าง่ายกว่า

TOEIC มักถูกมองว่าง่ายกว่าเพราะเน้นคำศัพท์และสถานการณ์ที่พบได้ในชีวิตการทำงานทั่วไป อีกทั้งการสอบมาตรฐานส่วนใหญ่จะเน้น Listening และ Reading ทำให้ผู้สอบไม่ต้องกังวลเรื่องการพูดหรือการเขียนมากนัก

นอกจากนี้ รูปแบบคำถามค่อนข้างตรงไปตรงมา และสามารถฝึกจากแนวข้อสอบซ้ำ ๆ ได้ง่าย ผู้ที่เริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษจึงมักเลือก สอบโทอิค ก่อนเพื่อสร้างความมั่นใจและใช้คะแนนสำหรับการสมัครงาน

ทำไม IELTS ถึงถูกมองว่ายากกว่า

IELTS ถูกมองว่ายากกว่าเพราะวัดครบทั้ง 4 ทักษะ โดยเฉพาะ Speaking และ Writing ที่ต้องใช้ความสามารถในการสื่อสารจริง ไม่ใช่เพียงการเลือกคำตอบจากตัวเลือก

ผู้สอบจำเป็นต้องวิเคราะห์ข้อมูล เขียนเรียงความ แสดงความคิดเห็น และสนทนากับผู้สอบโดยตรง ทำให้ต้องอาศัยทักษะภาษาอังกฤษเชิงลึกมากกว่า TOEIC

เปรียบเทียบ TOEIC กับ IELTS แบบละเอียด

ก่อนตัดสินใจเลือกสอบ หลายคนอาจอยากเห็นความแตกต่างของ TOEIC และ IELTS แบบชัดเจนมากขึ้น เพราะแม้ทั้งสองจะเป็นข้อสอบวัดระดับภาษาอังกฤษเหมือนกัน แต่มีวัตถุประสงค์ รูปแบบข้อสอบ และการนำคะแนนไปใช้งานที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

วัตถุประสงค์ของการสอบ

TOEIC ถูกออกแบบมาเพื่อวัดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษในบริบทการทำงานและการสื่อสารทางธุรกิจ เช่น การประชุม การติดต่อทางอีเมล การเดินทางเพื่อธุรกิจ หรือการสื่อสารภายในองค์กร จึงเป็นข้อสอบที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้สมัครงานและพนักงานที่ต้องการใช้คะแนนเพื่อพัฒนาความก้าวหน้าในสายอาชีพ

IELTS ถูกออกแบบมาเพื่อวัดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษสำหรับการเรียนต่อ การทำงานในต่างประเทศ และการย้ายถิ่นฐาน โดยเนื้อหาจะครอบคลุมการใช้ภาษาในชีวิตประจำวันและเชิงวิชาการมากกว่า

รูปแบบข้อสอบ

TOEIC มีรูปแบบข้อสอบที่เน้นการเลือกคำตอบจากตัวเลือก (Multiple Choice) เป็นหลัก โดยเฉพาะในส่วน Listening และ Reading ผู้สอบจึงต้องอาศัยทักษะการฟัง การอ่าน และการวิเคราะห์ข้อมูลจากบทสนทนาและเอกสารต่าง ๆ

IELTS จะวัดครบทั้ง 4 ทักษะ ได้แก่ Listening, Reading, Writing และ Speaking ผู้สอบต้องเขียนเรียงความ วิเคราะห์ข้อมูลจากกราฟหรือแผนภูมิ รวมถึงสนทนากับผู้สอบจริงในพาร์ต Speaking ทำให้ต้องใช้ทักษะภาษาอังกฤษรอบด้านมากกว่า

ความยากของข้อสอบ

หากเปรียบเทียบในภาพรวม หลายคนมองว่า TOEIC มีความยากน้อยกว่า เพราะเน้นการทำข้อสอบแบบปรนัยและใช้ภาษาอังกฤษในสถานการณ์การทำงานทั่วไป ขณะที่ IELTS มีความท้าทายมากกว่า เนื่องจากต้องแสดงความสามารถในการเขียนและการพูดอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงต้องใช้ทักษะการคิดวิเคราะห์และการเรียบเรียงภาษาในระดับที่สูงขึ้น

การนำคะแนนไปใช้งาน

คะแนน TOEIC นิยมใช้ในการสมัครงานในประเทศไทย โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติ สายการบิน โรงแรม ธุรกิจบริการ และองค์กรที่ต้องการวัดทักษะภาษาอังกฤษของผู้สมัคร

คะแนน IELTS มักใช้สำหรับการสมัครเรียนต่อในมหาวิทยาลัยต่างประเทศ การยื่นขอทุน การสมัครงานในบางประเทศ รวมถึงการยื่นขอวีซ่าหรือย้ายถิ่นฐาน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีเป้าหมายด้านการศึกษาและการทำงานในระดับนานาชาติมากกว่า

เทียบคะแนน TOEIC กับ IELTS ประมาณเท่าไหร่?

คะแนน TOEIC และ IELTS สามารถเทียบกันได้แบบคร่าว ๆ เท่านั้น เพราะข้อสอบทั้งสองแบบวัดทักษะต่างกัน โดยทั่วไป TOEIC ประมาณ 550–650 คะแนน อาจใกล้เคียงกับ IELTS Band 5.0–5.5 ส่วน TOEIC ประมาณ 785–900 คะแนน อาจใกล้เคียงกับ IELTS Band 6.5–7.0

อย่างไรก็ตาม การเทียบคะแนนนี้ไม่ใช่เกณฑ์ตายตัว เพราะ IELTS วัดทั้ง Writing และ Speaking ด้วย ขณะที่ TOEIC เน้น Listening และ Reading มากกว่า จึงควรใช้เป็นแนวทางประเมินระดับภาษาอังกฤษเบื้องต้นเท่านั้นครับ

ควรสอบ TOEIC หรือ IELTS ดี?

การเลือกสอบควรเริ่มจากเป้าหมายของคุณเป็นหลัก

หากต้องการใช้คะแนนเพื่อสมัครงานในประเทศไทย หรือเพิ่มโอกาสในตลาดแรงงาน TOEIC มักเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์กว่า แต่หากวางแผนเรียนต่อต่างประเทศ สมัครทุน หรือย้ายถิ่นฐาน IELTS จะเป็นข้อสอบที่เหมาะสมมากกว่า

ดังนั้นคำถามว่า สอบ ielts กับ toeic อันไหนยากกว่ากัน อาจไม่สำคัญเท่ากับคำถามว่า “คุณต้องใช้คะแนนไปทำอะไร”

เตรียมตัวสอบ TOEIC ยังไงให้ได้คะแนนดี

สำหรับผู้ที่ตัดสินใจเลือกสอบโทอิค การเตรียมตัวอย่างเป็นระบบจะช่วยเพิ่มคะแนนได้อย่างชัดเจน ควรเริ่มจากการฝึก Listening และ Reading อย่างสม่ำเสมอ พร้อมเรียนรู้คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ธุรกิจ การประชุม และการเดินทาง

นอกจากนี้ การทำข้อสอบย้อนหลังและจับเวลาจริงจะช่วยให้คุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบมากขึ้น รวมถึงช่วยบริหารเวลาในห้องสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สรุป TOEIC กับ IELTS อันไหนยากกว่า และควรเลือกอะไร

หากถามว่า TOEIC กับ IELTS อันไหนยากกว่า คำตอบโดยรวมคือ IELTS มักมีความยากมากกว่า เนื่องจากวัดครบทั้ง 4 ทักษะและมีการสอบ Speaking กับ Writing อย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตาม TOEIC ก็ไม่ได้ง่ายจนไม่ต้องเตรียมตัว เพราะการทำคะแนนสูงจำเป็นต้องมีพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ดีเช่นกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือเลือกข้อสอบให้สอดคล้องกับเป้าหมายของตนเอง แล้ววางแผนเตรียมตัวอย่างเหมาะสม

หากคุณกำลังมองหาแนวทางเตรียมสอบภาษาอังกฤษอย่างเป็นระบบ สามารถศึกษาบทความ เทคนิคการเรียน และแนวทางการเตรียมสอบเพิ่มเติมจาก Memmoread เพื่อช่วยพัฒนาทักษะและเพิ่มความมั่นใจก่อนสอบจริง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ TOEIC กับ IELTS (FAQs)

โดยทั่วไปในประเทศไทย TOEIC ได้รับความนิยมมากกว่าในการสมัครงาน โดยเฉพาะองค์กรเอกชน สายการบิน และธุรกิจบริการ

ในภาพรวม IELTS มักยากกว่า เพราะวัดครบทั้ง Listening, Reading, Writing และ Speaking ขณะที่ TOEIC เน้นการสื่อสารในบริบทการทำงาน

ผู้เรียนจำนวนมากเลือกเริ่มจาก TOEIC ก่อน เพราะรูปแบบข้อสอบเข้าใจง่ายกว่า และสามารถนำคะแนนไปใช้สมัครงานได้จริง

ไม่ได้ในหลายกรณี โดยเฉพาะการเรียนต่อต่างประเทศหรือการยื่นขอวีซ่าที่กำหนดให้ใช้คะแนน IELTS โดยเฉพาะ ดังนั้นควรตรวจสอบเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทางก่อนสมัครสอบเสมอ