เตรียมสอบ TOEIC ด้วยตัวเอง ตอนที่ 7 – สรุป TOEIC Part 2

เข้าใจ TOEIC พาร์ท 2 ในบทความเดียว

Admin

สำหรับคนที่เตรียมสอบ TOEIC ด้วยตัวเอง ควรเริ่มศึกษาอะไรก่อน เป็นอันดับแรก

ผมเองเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้ลงเรียนคอร์สอะไรเลย ก่อนสอบ TOEIC เริ่มอ่านทุกอย่างด้วยตัวเอง ผมจึงเข้าใจความรู้สึกของการที่จะไม่รู้จะเริ่มต้น อ่าน TOEIC จากตรงไหนดี

สำหรับเพื่อนๆ ที่ยังหาหนทางในการเริ่มต้นไม่เจอ ผมได้จัดทำ ซีรี่ย์บทความการเตรียมสอบ TOEIC ด้วยตัวเองขึ้นมา

สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการอ่าน TOEIC ด้วยตัวเอง ไม่ต้องเสียเงินเข้าเรียนคอร์สอะไรทั้งนั้น

รับรองว่าอ่านบทซีรีย์บทความของเรา เทียบเท่ากับซื้อหนังสือ หรือเรียนคอร์สออนไลน์แน่นอนครับ 

และที่สำคัญ ฟรี อ่านได้ฟรีๆ ไม่คิดเงินสักบาท

สรุปเนื้อหา และเทคนิคการทำข้อสอบ

ตอนที่นี้จะเป็นการสรุปเนื้อหา ลักษณะข้อสอบ แสดงตัวอย่างข้อสอบ และเทคนิคการทำข้อสอบข้อสอบ TOEIC Part 2 และวิธีการเตรียมตัวสอบที่เป็นพื้นฐานเพื่อจะให้ได้คะแนนมากที่สุด

Table of Contents

ลักษณะของข้อสอบ

ข้อสอบ TOEIC พาร์ท 2 เป็นการฟังเทปอย่างเดียว ไม่มีโจทย์ หรือสิ่งใดๆ ให้อ่านเลยในกระดาษคำถามนอกจากเลขข้อ

ลักษณะของข้อสอบที่ได้ฟังจะเป็นการพูดคำถาม 1 และพูดตัวเลือกให้ฟัง 3 ตัวเลือก ผู้สอบจะต้องเลือกตัวเลือกที่ “ตรง” และ “สอดคล้อง” กับเนื้อหาของคำถามมากที่สุด

TOEIC พาร์ทที่สองนี้จะมีทั้งหมด 25 คำถาม เรามาลองดูตัวอย่างคำถามกันสักหน่อย ตัวอย่างนี้มาจาก ข้อสอบในแอพ MMR TOEIC Listening นะครับ ข้อสอบที่เพื่อนๆ จะได้ฟังเป็น New toeic 2020 นะครับ

ตัวอย่างข้อสอบ

จากตัวอย่างนี้สิ่งแรกที่ได้ยินคือ คำถามครับ ในบทพูดคำถามคือ Where was the company picnic held? จากนั้นตัวเลือกทั้ง 3 ในบทพูดคือ (A) In April. (B) Refreshments will be provided. (C) At a park next to a lake. คำตอบที่ถูกต้องคือ C ครับ อธิบายโจทย์ข้อนี้ก็คือ  คำถามถามว่า งานปิคนิคของบริษัทจัดขึ้นที่ไหนนะ” ตัวเลือกที่ตอบได้ตรงกับคำถามมากที่สุด เป็นการตอบเกี่ยวกับสถานที่ ตัวเลือกนั้นคือ “(C) ที่สวนสาธารณะถัดจากทะเลสาบ”

ประเภทของคำถาม

ประเภทของคำถามที่พบบ่อยๆ นั้นจะเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันเป็นหลักเลยครับ เรื่องที่น่ากังวลคือเรื่องของคำศัพท์ เพื่อนๆ ต้องมีคลังความรู้เกี่ยวกับศัพท์ในชีวิตประจำวันที่ใช้บ่อยๆ เพื่อที่จะช่วยให้เข้าในโจทย์พาร์ทนี้ได้เข้าใจมากขึ้น

เรามาดูตัวอย่างประเภทของคำถามที่จะเจอกันเลยครับ

1. คำถามที่พบได้ที่บ้าน เช่น

  • Should we go out for dinner tonight?
  • Can you change the light bulb in the bathroom, please?
  • Can you take Carther to his school tomorrow?

2. คำถามที่พบได้ในที่ทำงาน เช่น

  • When can you finish this report?
  • Do you want to attend this meeting?
  • How was last week’s seminar?

3. คำถามที่พบหรือที่ต้องใช้ถามเวลาไปใช้บริการตามสถานที่ต่างๆ เช่น

  • How can I help you?
  • Can I have two tickets to New York, please?
  • What can I get you today?

4. คำถามในบทสนทนากับเพื่อน เช่น

  • How is your son doing? I have heard he had a cold last week.
  • You buy a new laptop, don’t you?
  • Would you like some cake? I made it last weekend.

5. คำถามที่ต้องพบเวลาทำธุระทางโทรศัพท์ เช่น

  • Mr. James is not in the office at the moment. Would you like to leave a message?
  • Hi, I’m Lilly from ABC company. Can I talk to the manager, please?

6. คำถามที่เป็นประโยคบอกเล่าเฉยๆ เช่น

  • I couldn’t get a hold of Mary.
  • The new television is so expensive.

โจทย์ที่มีคำถามแบบนี้ เราต้องเลือกคำตอบที่สอดคล้องกับสิ่งที่โจทย์พูดมา มาลองทำตัวอย่างข้อสอบนี้กันหน่อยครับ เช่นเดิมครับ ตัวอย่างนี้มาจาก แอพ MMR TOEIC Listening เป็นข้อสอบ New toeic 2020

ดูเฉลย

Answer script

I was very impressed with Alex’s singing.
(A) I forgot the singer’s name.
(B) Where is the concert?
(C) Yes, he has a wonderful voice.

ฉันประทับใจมากกับการร้องเพลงของอเล็กซ์
(A) ฉันลืมชื่อนักร้อง
(B) คอนเสิร์ตอยู่ที่ไหน?
(C) ใช่เขามีเสียงดีมาก

สังเกตุได้ว่า โจทย์ไม่ได้เป็นคำถามครับ แต่เป็นการพูดขึ้นมาเฉยๆ ว่า “ฉันประทับใจมากกับการร้องเพลงของอเล็กซ์” ดังนั้นสิ่งที่เพื่อนๆ ต้องทำเมื่อเจอโจทย์แบบนี้คือ “เลือกคำตอบที่สอดคล้องกับประโยคบอกเล่าครับ” 

ประเภทของคำตอบ

คำตอบที่ถูกต้อง

**คำตอบที่ถูกต้อง จะสอดคล้องกับโจทย์เสมอ และเป็นตัวเลือกเดียวที่มีคำแปลสอดคล้องกับโจทย์  **

แต่ คำตอบที่ถูกต้องมากจะไม่ใช่คำตอบที่ตรงไป ตรงมา สักเท่าไหร่ เช่น โจทย์ถามว่า Do you want to go out for lunch with us? (คุณต้องการจะไปทานอาหารเที่ยงกับเราไหม)

ปกติแล้วเราอาจจะตอบแค่ว่า Yes, I want to go. (ใช่ ฉันอยากไปสิ) แต่เนื่องจากนี่คือการสอบโทอิคครับ ถ้าให้ตัวเลือกมาแบบนี้มันคงจะง่ายไป ทุกคนคงตอบได้ ไอ้เจ้าโทอิคมันเลยจะให้คำตอบที่ถูกต้องที่ไม่ได้เป็นการตอบตรงๆ แต่จะให้คำแปลที่สอดคล้องกับกับใจความของโจทย์ เช่น

Depends on where you are going. (ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะไปกินกันที่ไหน)

I have so much urgent work over here. (ฉันมีงานด่วนที่ต้องทำ)

I need ten minutes here. I will catch up with you at the restaurant (ฉันขอ 10 นาทีนะ แล้วจะตามไปที่ร้านอาหาร)

แต่ก็ใช่ว่าโทอิคจะใจร้ายออกสอบยากๆ แบบนี้ทุกข้อนะครับ ไม่ใช่เลย ข้อง่ายๆ ตอบตรงๆ ก็มีเยอะ ดังนั้นไม่ต้องกังวลไป

มาลองทำโจทย์กันสักหน่อย ข้อนี้เป็น new TOEIC 2020 มาจากแอพ MMR TOEIC เช่นเดิมครับ

ดูเฉลย

Answer script

How about renting a larger space for the party?
(A) Is that really necessary?
(B) I returned the equipment.
(C) I’m not a tenant.

ถ้าเช่าพื้นที่กว้างๆ สำหรับงานปาร์ตี้ คุณคิดว่ายังไง
(A) นั่นมันจำเป็นจริงๆเหรอ?
(B) ฉันคืนอุปกรณ์แล้ว
(C) ฉันไม่ใช่ผู้เช่า

คำตอบข้อนี้คือ A ครับ จากโจทย์ ถามว่า “ถ้าเช่าพื้นที่กว้างๆ สำหรับงานปาร์ตี้ คุณคิดว่ายังไง” ปกติแล้วถ้ามีคนถามว่าเราคิดยังไงเราคงตอบกับไปว่า I think บลาๆๆๆ ใช่ไหมครับ

แต่ข้อนี้โทอิคทำให้ยากนิดหน่อย แต่เมื่อดูที่คำแปลของแต่ละตัวเลือกเลือก ตัวเลือก A นั้นตรงสุดกับใจความของคำถามที่สุดแล้ว

คำตอบที่ผิด

ลักษณะคำตอบที่ผิด โทอิคมักจะเอามาหลอกเราอยู่บ่อยๆ คือ

  1. ใช้คำที่เสียงคล้ายกับคำที่อยู่ในคำถาม แต่จริงๆ แล้วเป็นคนละคำ
  2. ใช้คำจากในประโยคของคำถาม แต่อยู่ผิดบริบท หรือผิดความหมาย

เพื่อนๆ ต้องระวังให้มากๆครับ ผมจะอธิบายให้เห็นภาพอีกสักหน่อยว่า หลุมพรางนี้เป็นอย่างไร

1. ใช้คำที่เสียงคล้ายกับคำที่อยู่ในคำถาม แต่จริงๆ แล้วเป็นคนละคำ

คำถาม: Would you like to share the table with us?

คำตอบที่ผิด: Yes, I like that chair. How much is it?

ถ้าฟังเฉยๆ ไม่ได้เห็นคำศัพท์ คำว่า share กับ chair ออกเสียงแทบจะเหมือนกันเลย แต่ถ้าดูที่บริบทโดยรอบแล้ว จะรู้ได้ทันทีว่า คำว่า share กับ chair นั้นเป็นคนละคำกัน 

มาลองดูตัวอย่างจากข้อสอบ New Toeic 2020 กันสักหน่อย ตัวอย่างนี้จากแอพ MMR TOEIC เช่นเคยครับ

ดูเฉลย

Answer script

Won’t you try the dessert?
(A) Try on this one.
(B) The area is mostly desert.
(C) Sorry, but I’m full.

คุณจะไม่ลองของหวานเหรอ?
(A) ลองอันนี้สิ
(B) พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย
(C) ขออภัย แต่ฉันอิ่มแล้ว

คำตอบที่ถูกต้องคือ C ครับ

จากโจทย์จะได้ยินคำว่า dessert และในตัวเลือกที่มาหลอกเราคือคำว่า desert คนละคำกันเลยนะครับ

ดังนั้นเวลาที่ข้อสอบ ให้ยึดที่คำแปล และใจความนะครับ อย่ายึดที่คำที่เราได้ยิน เพราะส่วนใหญ่แล้ว โทอิคจะหลอกเราแน่นอนครัีบ

2. ใช้คำจากในประโยคของคำถาม แต่อยู่ผิดบริบท หรือผิดความหมาย

คำถาม: I’ve heard that you were in a car accident. How are you doing?

คำตอบที่ผิด: The car accident rate rose by 12% this year.

โจทย์ เลือกหยิบคำว่า car accident มาหลอกเรา แม้เป็นคำเดียวกัน แต่ บริบทและความหมายต่างกัน

มาลองดูตัวอย่างจากข้อสอบ New Toeic 2020 ของโจทย์ที่มีตัวหลอกแบบนี้กันครับ มาจาก MMR TOEIC เช่นเคย

ดูเฉลย

Answer script

Where is the entrance to the parking garage?
(A) It’s $10 per hour.
(B) Take a right turn up ahead.
(C) The entrance exam was difficult.

ทางเข้าโรงจอดรถอยู่ที่ไหน
(A) $ 10 ต่อชั่วโมง
(B) เลี้ยวขวาข้างหน้า
(C) การสอบเข้านั้นยาก

คำตอบที่ถูกต้องคือ B

แต่สิ่งที่อยากให้ดูคือสิ่งที่โจทย์หลอกเราครับ โจทย์เลือกใช้คำว่า entrance มาในคำถาม และในตัวเลือก ซึ่งเมื่อฟังตามบริบทแล้ว entrance นั้นจะแปลคนละความหมายเลย entranceของคำถามคือ ทางเข้า ส่วน entrance ของตัวเลือกคือ adj ของ exam ที่สุดท้ายแล้วแปลว่า การสอบเข้า

เทคนิคการทำข้อสอบ

เทคนิคเดียวที่ใช้ทำข้อสอบพาร์ทนี้คือการฟังให้ออกครับ ฮ่าๆ เพราะจริงๆ แล้วโจทย์พาร์ทนี้ไม่ได้ยาก ถึงแม้จะมีการหลอกเราบ้าง แต่สุดท้ายแล้วคำแปลของตัวเลือก จะแตกต่างกันสิ้นเชิง

  1. สิ่งที่เราแปลให้ได้คือ โจทย์ มีความหมาย และใจความอย่างไร
  2. คำแปลของทุกตัวเลือกแปลว่าอย่างไร
  3. ตัวเลือกที่ถูกต้องจะมีคำแปลสอดคล้องกับใขความของคำถาม

ถึงแม้ว่าเทคนิคที่ผมกล่าวมามันจะดูกำปั้นทุบดินนะครับ แต่มันคือเรื่องจริง และคนที่ฝึกฝนบ่อยๆ เนี่ยจะสามารถแปลได้ทันทีด้วยครับ และทำข้อสอบประเภทนี้ได้ทันที ซึ่งผมแนะนำให้เพื่อนๆ ไปโฟกัสที่การฝึกฝน มากกว่าเทคนิคการทำข้อสอบครับ เพราะถ้ามัวแต่ไปสนใจเทคนิคการทำข้อสอบต่างๆ แล้วอาจส่งผลให้ฟังผิด ทำข้อสอบผิดได้เลย

แล้วจะฝึกยังไง มาดูคำแนะนำการฝึกได้เลยครับ

3 วิธีฝึกฝนการทำข้อสอบแบบ เพื่อให้ได้คะแนนมากที่สุด

1. ฝึกฟังภาษาอังกฤษให้บ่อยที่สุด

เพราะภาษาเป็นสกิลที่ยิ่งฝึกมาก ยิ่งคุ้นเคยมาก ยิ่งเก่งขึ้นครับ ปัญหาหลักๆ ของคนไทยคือ เราไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษใช้ชีวิตประจำวันกันสักเท่าไหร่ ทำให้เราไม่คุ้นเคย

ผมแนะนำให้เพื่อน หา Podcast ช่อง Youtube ที่สนใจ มาฟังมาดูให้บ่อยที่สุดครับ นอกจากนี้ ซีรี่ย์ หรือหนัง ภาษาอังกฤษก็สามารถเอามาใช้ฝึกได้ครับ

2. จดศัพท์ และท่องศัพท์

เนื่องจากเราเป็นคนไทย เราพูดภาษาไทยตลอด สิ่งนี้ทำให้เราไม่ค่อยได้ใช้ภาษาอังกฤษ และทำให้เราลืมคำศัพท์ที่เคยท่อง เคยรู้ไปซะหมด

สิ่งที่เพื่อนๆ ควรทำคือ การเพิ่มคลังคำศัพท์ในชีวิตประจำวันให้ได้เยอะๆ ครับ

เทคนิคที่ผมจะแนะคือ

  • จดศัพท์ที่น่ารู้จากข้อที่ 1. ฝึกฟังภาษาอังกฤษให้บ่อยที่สุด แล้วมาท่องครับ
  • ปกติแล้วเราพูดภาษาไทยอะไรบ้าง ลองคิดในใจเปลี่ยนภาษาไทยนั้นเป็นภาษาอังกฤษดูครับ ลองดุว่าคำศัพท์ไหนเราไม่รู้ ลองหาจากเน็ต แล้วมาเซฟเก็บไว้ท่องครับ

และสุดท้ายถ้าอยากได้คะแนนสอบเยอะๆ เราต้องฝึกทำข้อสอบให้เยอะๆ ครับ ผมแนะนำให้เพื่อนโหลดแอพนี้ติด โทรศัพท์ไว้เลยครับ

3. โหลดแอพ MMR TOEIC Listening Practice

MMR TOEIC Listening Practice แอพนี้ผมหยิบตัวอย่างข้อสอบ TOEIC 2020 มาเป็นตัวอย่างให้กับเพื่อนๆ ในบทความนี้ครับ

เพื่อนๆ คงได้เห็นแล้วว่า ตัวอย่างที่ผมหยิบมานั้น มีสิ่งที่โจทย์มักจะหลอกเราอยู่เสมอ ซึ่งผมกล้าการันตรีได้เลยว่ ถ้าโหลดแอพนี้มาแล้ว เพื่อนๆ จะเหมือนกับได้ซ้อมทำข้อสอบ TOEIC จริงๆ เลยครับ

เพราะว่าข้อสอบแอพนี้ยาก เท่ากับสอบจริง และบทพูดนั้นเหมือนเสียงพูดของสอบจริงมากๆ

ข้อดีของแอพนี้คือ มี Answer Script เฉลยภาษาไทย และอัพเดทข้อสอบใหม่ตลอดเวลา ดังนั้นข้อสอบในแอพจะเป็น ข้อสอบที่ Update สุดๆ รวมถึงรีวิวนั้นดีมาก เพื่อนๆ หลายคนที่ใช้แอพนี้ได้คะแนนไม่ตำ่กว่า 700 คะแนน

  • แอพมีข้อสอบ 1000 ข้อ จากข้อสอบ 10 ชุด
  • ข้อสอบทุกข้อเป็น ข้อสอบ New TOEIC 2020 ทุกข้อ
  • มีเฉลยภาษาไทย
  • อัพเดทข้อสอบใหม่ตลอด
  • ซื้อครั้งเดียวใช้ได้ ตลอดชีพ

ก่อนจากกันไป

บทความต่อเป็นจะเกี่ยวกับ TOEIC Part 3 นะครับ อย่าลืมติดตามกันด้วยน้า ถ้าเพื่อนๆ มีข้อสงสัย อยากสอบถามเพิ่มเติม เพื่อนๆ ติดต่อแอดมินมาได้เลยนะครับ ง่ายๆ แค่กดที่สัญลักษณ์ Line มุมขวาล่างของเว็บไซต์ครับผม

แล้วพบกันใหม่บทความถัดไปสวัสดีครับ

ความรู้ TOEIC สำหรับเตรียมสอบด้วยตัวเอง